Uncategorized

4 ฤดู ที่ “ฮ่องกง” เที่ยวช่วงไหนดี

Posted on

“ฮ่องกง” สาวๆหลายคนคงเคยชินกับชื่อนี้ เพราะว่า ฮ่องกง ถือได้ว่าเป็นอีกสวรรค์ของนักบรรดาชอปปิ้งทั้งหลาย
ที่ไม่ว่าใครก็ติดใจ
แต่ไปช่วงไหน ฤดูไหน ดีที่จะไม่ผิดหวัง หากใครกำลังมีแผนเที่ยวฮ่องกงแต่ไม่รู้ว่จะไปช่วงไหน ไม่รู้ข้อมูลเลย
อย่างแรกเลยเราต้องรู้เรื่องสภาพอากาศก่อน เพราะสภาพอากาศกับการบินเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะหากเราไม่รู้ว่าสภาพอากาศบ้านเขาเป็นยังไงเมื่อคุณเดินทางไปคุณอาจไม่สมหวังกับสิ่งที่คุณต้องการ ฮ่องกง
กับประเทศไทยมีอะไรที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องของ ฤดู
โดยประเทศไทยบ้านเราจะมีเพียง 3 ฤดู แต่หากเทียบกับฮ่องกงแล้วบ้านเราถือว่าน้อยกว่า เนื่องจาก ฮ่องกง มีท้ังหมด 4 ฤดู
ส่วนจะมีฤดูไหนกันบ้างนั้นไปดูกันเลย
1.ฤดูร้อน
ฤดูร้อนที่ฮ่องกงจะมีเริ่มต้นขึ้นในเดือน มิถุนายน-สิงหาคม โดยอุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 26-32 องศาเซลเซียส
ถือได้ว่าอากาศค่อนข้างร้อนเหมือนบ้านเราแต่แปลกคือฤดูร้อนที่ฮ่องกงจะมีฝนตกค่อนข้างบ่อยนั่นเอง
อย่างนั้นแล้วหากใครที่กำลังจะเดินทางมาเที่ยวฮ่องกงช่วงนี้ อุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมอย่างน้อยๆนั้นคือ ร่มกันแดด กันฝน
หรือเสื้อกันฝน เป็นต้น หรือว่าใครขี้เกียจเตรียมมาก็สามารถมาเลือกซื้อได้ที่นี่ มีให้ช็อปกันมากมายเลยทีเดียว
2.ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงที่ฮ่องกงจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน กันยายน-ปลายเดือน พฤศจิกายน เรียกได้ว่าอากาศในฤดูใบไม้ร่วงที่ฮ่องกง
ค่อนข้างดีเลยทีเดียว อากาศจะอยู่ที่ราวๆ 20-28 องศา ไม่ถือว่าหนาวมาก ไม่ร้อนมาก
ด้วยบรรยากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกันเยอะมากๆ
3.ฤดูหนาว
ฤดูหนาวที่ฮ่องกงจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน ธันวาคม-กุมพาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 11-19 องศาเซลเซียส
ในฤดูนี้ที่ฮ่องกงถือได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เหมาะกับการพาแฟนบินมากุ๊กกิ๊กกันเลยทีเดียว
โรแมนติกสุดๆ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นคือเครื่องกันหนาว ไม่ว่าจะเป็น ผ้าพันคอ เสื้อแขนยาว หมวก ถุงมือ ถุงเท้าเป็นต้น
4.ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่สดใจของฮ่องกง ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 15-25
องศาเซลเซียส แต่จะมีฝนบ้างเล็กน้อยๆใครที่จะมาเที่ยวในช่วงนี้ควรจะเตรียมผ้าพันคอ และเสื้อกันหนาว
และเตรียมถุงมือ ถุงเท้ามาเผื่อไว้ก็ดีเหมือนกัน
จบไปกันแล้วกับ 4 ฤดูที่ฮ่องกง นี้เป็นความรู้คร่าวๆที่จะทำให้คุณเที่ยวได้อย่างแฮปปี้…

รีวิว

3 ที่เที่ยวแห่งอีสาน สุดแซ่บ!

Posted on

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แต่ก่อนหลายคนคงคิดว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน คงไม่ได้มีที่เที่ยวอะไรที่น่าสนใจ หรือ สวยงามมากนัก กระทั่งปัจจุบัน ภาคอีสาน ถือว่ามาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อุบัติขึ้นมากมาย แต่ละจังหวัดมีความโดดเด่นและสวยงาม แตกต่างกันออกไป ที่สำคัญ ยังมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจด้วย ท่ามกลาง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ นี่คือ 3 สถานที่ท่องเที่ยว สุดแซบ ที่ห้ามพลาด หากคุณมาเยือนดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้

 

เริ่มต้นกันที่ สามพันโบก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งจังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้เกิดจากแก่งหินที่อยู่ใต้ลำแม่น้ำโขงในช่วงฤดน้ำหลาก ที่เกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กระทั่งกลายมาเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก โดย คำว่า โบก หรือ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ ลำแม่น้ำโขง และ คำว่า โบก เป็นภาษาลาวที่มักนิยมเรียกกันนั่นเอง เรียกได้ว่า สถานที่แห่งนี้ มีทั้ง ความสวยงาม และ แปลกตา จนถูกขนานนามว่า แกรนด์แคนยอนน้ำโขง

 

ต่อด้วย ภูห้วยอีสัน เป็นหนึ่งในสถานที่เชิงธรรมชาติ ที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งจังหวัดหนองคาย จุดเด่นของที่นี่ คือเป็นสถานที่คอยชมพระอาทิตย์และทะเลหมอกได้แบบ กว้างไกลสุดสายตามากที่สุด ถือเป็นจุด Unseen ที่สวนงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ขณะเดียวกัน ในส่วนของเบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสันนั้น ยังสามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงได้อีกด้วย

 

ปิดท้ายกันที่ นาแห้ว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตั้งอยู่จังหวัดเลย โดยความโดดเด่นของที่นี่ คือ ความเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายสุดๆ เมื่อเป็นอำเภอ ที่ไม่ได้มีความเจริญทางเทคโนโลยีมากนัก แต่ค่อนข้างที่จะมี วัฒนธรรม ที่น่าสนใจ การดำรงชีวิตของคนที่นี่ ที่ค่อนข่างแตกต่าง เรียกได้ว่า หากใครเบื่อเมืองกรุงฯ ต้องการมาซึบซัมธรรมชาติและอากาศแสนบริสุทธิ์ รับรองว่าที่แห่งนี้ตอบโจทย์

 

 …

รีวิว

เชียงรายไม่ไปไม่รู้

Posted on

ขึ้นเหนือสุดไปชม “วัดพระธาตุดอยเวา” พร้อมบรรยากาศสุดชิว เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกที่เลยหากคุณมาเที่ยวจังหวัดเชียงราย เพราะที่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่วิวสวยๆ แต่มีวัดที่มีความเก่าแก่ตั้งอยู่ข้างบนอีกด้วย พระธาตุดอยเวา นั้นอยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่เกือบสุดปลายถนนพหลโยธินตรงด่านแม่สายที่จะมีสะพานข้ามแม่น้ำสายไปเมืองท่าขี้เหล็กของพม่า ตรงข้าง ๆ มีป้ายเหนือสุดยอดในสยาม แถมที่นี่ยังถูกกล่าวว่าเป็นพระธาตุที่อยู่เหนือสุดยอดในสยาม ที่วัดแห่งนี้มพระธาตุเก่าแก่ตามตำนานเล่าว่าเป็นพระธาตุในแผ่นดินล้านนาที่มีอายุน้อยกว่าก็แต่เพียงพระธาตุดอยตุงเท่านั้น

ช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี ยิ่งตอนช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งยิ่งทำให้เราสัมผัสถึงบรรยากาศที่งดงามของที่แห่งนี้ได้มากขึ้นไปอีก และสถานที่แห่งนี้นั้นยังเหมาะแก่การปลูกพืชเมืองหนาว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา ซึ่งจะให้ผลผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งช่วงนี้เองเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี และบนดอยผาตั้งยังมีที่พัก สถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร ที่ทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น

ชมทะเลหมอกกับดูซากุระเมืองไทยพร้อมจิบชาขึ้นชื่อที่ “ดอยแม่สลอง” เชียงราย เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับใครที่อยากชมซากุระเมืองไทย หรือขึ้นมาดูทะเลหมอก แถมยังมีไร่ชามากมายพร้อมจิบชาอู่หลงขึ้นชื่อระดับโลก อะไรจะฟินได้ขนาดนั้น ใช่แล้วครับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชม ดอยแม่สลอง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองไทยอีกแห่ง

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของดอยแม่สลอง หากใครเล็งเป้าที่นี้ไว้แล้วต้องการเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวล่ะก็อย่าพลาดเด็ดขาดเลย ก่อนอื่นเลยผมขอเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อยเบาๆก่อน นั่นก็คือ ไร่ชา 101

ไร่ชา 101 เป็นไร่ชาชื่อดังที่สุดแล้วสำหรับดอยแม่สลอง ยิ่งถ้าคุณเป็นคอจิบชาคุณต้องมาลองจริงๆครับ เพราะที่นี้เค้าคว้ารางวัลสุดยอดชาระดับโลกมาแล้ว ไร่ชาแห่งนี้มีการปลูกชาจีนชั้นดีอยู่ 3 ประเภท คือ ชาอู่หลงก้านอ่อน ชาอู่หลงเบอร์ 12 และชาสี่ฤดู คุณสามารถไปชมไร่ชาแบบขั้นบันไดของที่นี้กับบรรยากาศชิวๆ พร้อมกับชมการสาธิตการชงชาที่ทำให้ได้รสที่กลมกล่อม หรือหากคุณไม่ใช่คอจิบชา ก็ยังมีวิวสวยๆงามๆถ่ายเก็บไว้เป็นความทรงจำก็เก๋ไม่ใช่ย่อย…