รีวิว

ล่องแก่งแม่น้ำนครนายกที่เที่ยวท้าทายคนชอบความหวาดเสียว

หน้าฝนอาจเป็นฤดูกาลที่หลายคนอาจจะไม่อยากออกไปท่องเที่ยวสักเท่าไหร่
เพราะด้วยสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนทำให้เสี่ยงที่จะโดนฝนระหว่างเที่ยวจนทำให้ทริปที่คุณรอคอยก่อยไปตามๆกัน
แต่การเที่ยวนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากการทำงานหอันหนักหน่วง
ซึ่งนับเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงหน้าฝนถ้าคนชอบเที่ยวที่มีน้ำทะเลอาจเป็นตัวเลือกที่ไม่ดีเท่าไหร่เพราะเสี่ยงโดนพายุ
จนออกเรือไปเกาะไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงล่องแก่งละก็ฤดูกาลนี้ล่ะเหมาะสมที่สุดแล้ว
เพราะเป็นช่วงที่มีน้ำเยอะที่สุดไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวแก่งที่ไหนจังหวัดใดก็ตาม
แเราจึงขอแนะนำที่เที่ยวล่องแก่งอย่างแม่น้ำนครนายกมาแนะนำกันเผื่อช่วยให้การตัดสินใจของคุณทำได้ง่ายขึ้น
ล่องแก่งนครนายก
เริ่มกันที่ล่องแก่งนครนายกนี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวล่องแก่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวทั้งไทย
และต่างชาติ โดยแม่น้ำแห่งนี้ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก่อนลงมาที่น้ำตกนางรอง
และไปไหลรวมกันที่แม่น้ำนครนายก
ซึ่งกระแสแม่น้ำแห่งนี้จะมีความแรงช่วงเดือนกรกฏาคมไปจนถึงดือนตุลาคมอีกทั้งยังมีน้ำที่ถูกปล่อย
มาจากเขื่อนให้ได้เล่นกันอีกด้วย สำหรับการล่องแก่งที่นี่มีคสามยากง่ายให้เลือกถึงสามระดับด้วยกัน
ซึ่งจะมีความอันตราย และความหวาดเสียวที่แตกต่างกันออกไป
โดยระยะเวลาในการล่องแก่งครั้งหนึ่งอยู่ที่ 2 ชั่วโมง
แต่ที่น่าสนใจคือแก่งที่นี่เป็นแก่งหินสามชั้นที่จทำให้น้ำไหลแรงทำให้นักล่องแก่งรู้สึกตื่นเต้นไป
กับการล่องแก่งแถมยังมีเรือแคนนูให้เลือกพายอีกด้วย แต่เหมาะกับคนที่มีทักษะการพายเรือที่ดี
เพราะจะช่วยไม่ให้เกิดอันตรายตามมาส่วนหากล่องไปถึงจุดสุดท้ายของแม่น้ำยังสามารถจอดเรือ
และเล่นน้ำบริเวณนั้นได้อีกด้วย โดยมีแก่งทั้งหมดสามแก่งด้วยกันคือแก่งโขดคุ้ง เกาะแก่ง
และแก่งหินสามชั้นที่จะล่องได้ยากที่สุด และมีพื้นที่ลาดเอียงมีความยาวกว่า 50 เมตร
สำหรับแก่งแรกอย่างแก่งโขดคุ้ง
โดยจะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแก่งอื่นคือมีโขดหินจำนวนมากที่ช่วยในการไหลของกระแสน้ำทำให้เพิ่มความแรงมากขึ้น ส่วนเกาะแก่ง
จะคล้ายคลึงกับแก่งโขดคุ้งเหมาะกับการมาล่องในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นเพราะเมื่อหากถึงฤดูฝนแก่งแห่งนี้
จะถูกน้ำที่เอ่อขึ้นมาท่วมไปจนหมดเป็นแม่น้ำธรรมดาจนไม่สามารถล่องแก่งได้ และสุดท้าย
แก่งหินสามชั้นนับเป็นแก่งที่ยากที่สุดของที่นี่ เพราะมีโค้งหักศอกที่ต้องใช้แรง
และทักษะในการพายที่ดีพอสมควรในการบังคับทิศทางเรือให้ไปตามกระแสน้ำโดยไม่คว่ำแถมยังมีโขดหินทั้งเล็กใหญ่คอยเป็นอุปสรรคไปตลอดทาง
แต่การล่องแก่งแน่นอนว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด
โดยจำเป็นต้องสวมเสื้อชูชีพรวมถึงหมวกกันน็อกคอยเซฟตี้ทุกครั้ง
และไม่ควรถอดระหว่างล่องแก่งเด็ดขาด
และต้องทำตามคนแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย
และที่เด็ดขาดคือห้ามดื่มสุราก่องลงล่องแก่งเพราะอาจทำให้ขาดสติจนจมน้ำไปได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *