รีวิว

รวมร้านอร่อยห้ามพลาด เยาวราช เดินฟินๆ ตะลุยกินร้านดัง – ตอนที่ 2

Posted on

เมื่อพูดถึงย่าน เยาวราช ใครๆ ก็ต้องนึกถึงของกินอร่อยๆ ที่นักกินต้องไปเดินตะลุยกิน
และมีให้เลือกอยู่มากมาย วันนี้เราได้คัดเลือกร้านเด็ดๆ ที่คุณต้องลอง
เผื่อวันไหนมีโอกาสได้ไปลุยในย่านนี้จะได้ไม่พลาดกัน
หมูตุ๋น เอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
แค่เห็นชื่อร้านอย่างเดียวอย่าเพิ่งคิดว่าจะธรรมดา
แม้หน้าตาเมนูจะมองดูรู้สึกเหมือนทั่วๆ ไป
แต่พอได้ตักชิมจะรู้สึกได้คำเดียวว่าอร่อยเกิดคาด ซึ่งคุณภาพแบบนี้
ทำให้ร้านนี้ลูกค้าเเน่นมาก
ถึงขนาดบางวันมีลูกค้ามายืนรอตั้งเเต่ร้านยังไม่เปิดเลยกันเลยทีเดียว
ถ้าใครมีโอกาสแวะมาเยาวราชเมื่อไหร่ ให้ลองตั้งใจมาทานด้วยตัวเองสักครั้ง
ใครต้องการทานแต่หมูตุ๋น หรือเอ็นตุ๋นล้วนๆ (ธรรมดา 60 บาท พิเศษ 100 บาท)
จะเลือกสั่งมาอย่างใดอย่างนึงก็ได้ แต่เราขอแนะนำให้สั่งทานทั้งคู่
เพื่อจะได้ไม่พลาดของเด็ดที่นี่ ที่ขอบอกว่าอร่อยเด็ดไม่ผิดหวังด้วยกันทั้งคู่
ความอร่อยของทุกเมนูในร้านนี้ คือ ทำมาแบบไหนก็ทานแบบนั้นได้เลย
เพราะแม้ไม่ได้ปรุงก็ยังรู้สึกว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังดี
แต่ถ้าใครอยากเพิ่มรสจัดอีกสักหน่อย ก็ปรุงเพิ่มได้ตามความชอบ
ผัดไทยโอเค ตลาดเก่าเยาวราช
ร้านผัดไทยโอเค ตลาดเก่าเยาวราช ถือเป็นอีกร้านที่ลูกค้าแน่นขนัด
คนขายผัดกันแบบแทบไม่ได้พัก ลูกค้าทั้งชาวไทย
และต่างชาติมาต่อคิวรอทานของอร่อยกันจนแน่นร้าน
ไม่ว่าจะซื้อกลับไปทานที่บ้าน หรือจะนั่งทานที่ร้านก็ตอบโจทย์ทั้งคู่
เมนู “ผัดไทยใส่ไข่” อร่อยได้เพียง 40 บาท แต่ถ้าไม่ใส่ไข่ราคาอยู่ที่ 35 บาท
นอกจากผัดไทยยังมี หอยจ๊อ เพียง 60 บาท ขายแยกต่างหากอีกด้วย
บะหมี่มังกรขาว
ร้านนี้ ถือเป็นร้านขายบะหมี่เก่าแก่ที่เยาวราช เมนูเด่นของร้านคือ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งหมูแดง
มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 40-80 บาท
ทางร้านยังแอบกระซิบให้ฟังว่า ความพิเศษของเส้นบะหมี่ร้านนี้อยู่ที่วิธีการทำ
โดยจะผสมไข่ และลวกบะหมี่ด้วยเทคนิคพิเศษ ส่วนน้ำซุปทำมาจากกระดูกหมูติดเนื้อ
เพื่อให้ได้ความหอมหวานจนทุกคนต้องตดใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจ คือ
ขนมจีนรวมราคา 65 บาท บะหมี่หมูแดง ราคา 40 บาท บะหมี่ปู ราคา 60 บาท เกี๊ยวกุ้ง
หมูแดง ปู ราคา 80 บาท…

รีวิว

ทำความรู้จักกับสุดยอดอาหารป่า ร้านลุงเรียงกับป้ามาลี แห่งชลบุรี

Posted on

พูดถึงอาหารป่า หลายคนคงจะเคยลองลิ้มชิมรสกันมาแล้ว
แต่ก็รู้กันว่ามันไม่ได้หารับประทานกันได้ง่ายนัก
แต่ถ้ามีโอกาสก็มีอยู่ร้านหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ ร้านลุงเรียงกับป้ามาลี แห่งชลบุรี
นี่คือร้านพื้นบ้านที่สืบทอดรสชาติแบบดั้งเดิมเอาไว้
เป็นร้านที่อยู่แถวชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย
แม้ว่าจะเป็นร้านที่ไม่ได้ใหญ่โตโอ่โถงอะไรนัก
แต่รสชาติของแต่ละเมนูในร้านแห่งนี้ต้องยกนิ้วให้ว่าสุดยอดเอามากๆ
เป็นอาหารป่าที่ควรค่าแก่การดั้นด้นไปรับประทานเป็นที่สุด ร้านที่ว่านี้ก็คือ
ร้านลุงเรียงกับป้ามาลี
ร้านนี้เป็นร้านยอดนิยมในพื้นที่ ถ้าหากใครต้องการที่จะมานั่งทานกันแบบสบายๆ
ก็ควรหลีกเลี่ยงช่วงเที่ยง โดยร้านนี้จะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 3 โมง
หยุดทุกวันเสาร์ อาจจะหาช่องทางไปลิ้มลองได้ยากหน่อย
เพราะช่วงเวลาที่เปิดให้บริการของร้านนี้ แต่ถ้ามีโอกาสก็อย่าได้พลาดเชียว
สำหรับเมนูเด็ดของทางร้านก็แน่นอนว่าต้องเป็นอาหารป่า
เริ่มต้นกันที่เมนูยอดนิยม แกงไก่ใส่กะลามะพร้าว
หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินว่ากะลามะพร้าวคืออะไร มันก็คือเนื้อกะลาอ่อนๆ
ที่ถูกนำมาแช่น้ำแข็งให้กรอบอร่อย เป็นวัตถุดิบที่ไม่สามารถหาทานกันได้ง่ายๆ
เมื่อนำเอามาแกงกับไก่บ้านที่เนื้อเหนียวหนุบหนับจึงเป็นอะไรที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี
อย่าได้แปลกใจที่ไม่ว่าใครมาร้านนี้ก็สั่งรับประทานกันทุกโต๊ะ
อีกเมนูที่แนะนำกันก็คือ หมูป่าผัดจุกสับปะรด
โดยทางร้านจะนำเอาจุกสับปะรดมาฝานใส่เข้าไปให้พอเคี้ยวได้กรุบๆ
ผัดกับเนื้อหมูป่าที่คลุกเคล้ากับเครื่องแกงต่างๆ
ถ้าได้ชิมแล้วจะรู้ว่าอร่อยเป็นอย่างมาก
ผัดกระเพรานก ก็เป็นอีกเมนูที่ไม่สามารถหารับประทานกันได้ง่ายๆ
โดยเนื้อนกที่ว่านี้จะถูกสับมาอย่างละเอียด แม้ว่าจะมีกระดูกปนมาบ้าง
แต่ก็เป็นกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่สามารถเคี้ยวรับประทานได้โดยง่าย
มันถูกปรุงด้วยสูตรกระเพราแบบดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์
รับประกันได้ว่าเป็นรสชาติที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน
สำหรับใครที่ไม่ชอบอาหารรสจัด ทางร้านก็มีเมนูเด็ดไว้บริการ นั่นก็คือ
สามชั้นทอดเกลือ และที่ไม่ควรพลาดก็คือ ไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก
แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว มันคือไข่เจียวชิ้นหนาๆ ซึ่งใส่ทั้งหมูสับ, กุ้งสับ, ไข่เค็ม
และไข่เยี่ยวม้า ได้ออกมาเป็นไข่เจียวที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ราคาไม่แพงเลย
ถึงได้บอกว่าคุ้มค่าแก่การมาลองฝากท้องกันสักครั้ง…

รีวิว

เปิดตำรา 12 ร้านคราฟเบียร์ที่น่านั่งที่สุดในเมืองกรุง 1

Posted on

ปัจจุบันการดื่มคราฟเบียร์กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ซึ่งจริงๆต้องบอกว่าคราฟเบียร์เพิ่งเป็นที่นิยมไม่นานในบ้านเรา
แต่กลับกลายเป็นกระแสที่ทำให้เกิดผู้ดื่มแนวนี้มากมายนั่นทำให้ในเวลานี้มีร้านคราฟเบียร์จำนวนมากทั่ว
ประเทศเปิดให้บริการนักดื่มทั้งหลาย
อย่างไรก็ตามหากจะถามว่าที่ไหนถึงมีร้านคราฟเบียร์เยอะที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเมืองหลวงของไทยอย่าง
กรุงเทพฯ เพราะมีร้านคราฟแนวต่างๆเปิดให้บริการมากมายเลยทีเดียว
เราจึงขอพาคุณไปชมร้านคราฟเบียร์น่านั่งที่เราคัดมา 12 ร้านเด็ดให้ได้ชมกัน
ไพเรท ซาลูน
เริ่มกันที่ร้านแรกกับไพเรท ซาลูน
สำหรับที่นี่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านคราฟเบียร์ที่ดีไซน์การตกแต่งภายในออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์มาก
ๆเลยทีเดียว ชื่อก็บอกแล้วว่าไพเรท แน่นอนว่าธีมหลักของร้านคือแนวโจรสลัด
โดยที่นี่นอกจากจะมีคราฟเบียร์ทั้งไทย
และต่างประเทศก็ยังมีอาหารที่เป็นแนวฟิวชั่นฟู้ดส์ให้เลือกทานกันอีกด้วย
และที่สำคัญคือมีบาร์เบียร์ที่ยาวมากๆเปิดให้บริการ โดยเปิดตั้งแต่ 18.00 – 00.00 ตั้งอยู่ซอยทองหล่อมาได้ง่ายๆ
เลท เดอะ บอย ดาย
มาต่อกันร้านที่สอง ซึ่งต้องบอกว่ารูปแบบการดีไซน์ของร้านแตกต่างจากร้านแรกโดยสิ้นเชิง สำหรับ
เลท เดอะ บอย ดาย ให้อารมณ์ความเป็นยุโรปมากๆ
โดยภายนอกนั้นดูผิวเผินเหมือนเป็นร้านอาหารที่อยู่ในยุโรปเลยทีเดียวจากการใช้อิฐแดง และปูนเปลือย
ส่วนด้านข้าง และประตูเป็นกระจกขนาดใหญ่
สำหรับที่นี่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบคราฟเบียร์สายดาร์กหรือคราฟที่มีรสชาติแรงๆนั่นเองประกบด้วยเมนูอาหารหลากหลาย
ไว้กินตัดกับเบียร์ ส่วนแทปเบียร์เขาก็มีเปิดให้บริการมากถึง 12แทปกันเลยทีเดียวเรียกได้ว่าสามารถลองได้แบบเต็มอิ่มเลยทีเดียว
จิมเบอร์เกอร์ สโตนบาร์
ขึ้นชื่อร้านนำมาเป็นเมนูเบอร์เกอร์ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าขายแค่เบอร์เกอร์เท่านั้น เพราะ จิมเบอร์เกอร์
สโตนบาร์ ยังโด่งดังเรื่องคราฟเบียร์อีกด้วย
และที่พิเศษยิ่งกว่าใครคือร้านแห่งนี้เป็นร้านคราฟที่ถูกยกขึ้นแท่นเป็นตำนานเลยทีเดียวเชียวเพราะก่อน
หน้านี้เคยได้รางวัลมาแล้ว สำหรับ จิมเบอร์เกอร์ สโตนบาร์ มีเบียร์ถึง 8 แทปให้ได้ลิ้มลอง
ส่วนเรื่องเบอร์เกอร์รับรองได้ว่าหากได้ชิมสักครั้งจะติดใจอย่างแน่นอน
แต่เรื่องคราฟเบียร์ที่นี่เขาจะเน้นขายคราฟของสัญชาติอเมริกาเท่านั้น ซึ่งก็เป็นตัวของตัวเองไปอีกแบบ
แต่หากใครที่ชอบการกินของคาวไปพร้อมดื่มเบียร์ ที่นี่ถือเป็นอีกร้านที่คุณไม่ควรพลาดเลยล่ะ…

รีวิว

6 ที่พักย่านนิมมานของเมืองเชียงใหม่ 2

Posted on

การรีวิวฉบับนี้เรายังคงอยู่กันที่นิมมานแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองเชียงใหม่กันเช่นเคย
โดยเราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับอีกสถานที่น่าพักของเมืองแห่งนี้ว่าจะเป็นที่ไหนกันบ้างไปติดตามกันเลย
เดอะ เฮอริเทจ
เริ่มกันที่แรกกับโรงแรมหรูราคาไม่หนัก
แต่มากไปด้วยความเพียบพร้อมสิ่งอำนวยความวสะดวกที่จะทำให้คุณมีความสุขกับการพักผ่อน
โดยที่นี่เป็นที่พักที่ดีไซน์ออกมาในสไตล์บูติกทำให้เราจะได้เห็นความแปลกใหม่ต่างจากโรงแรม
อื่นตค่อนข้างมากเลยทีเดียวที่สำคัญมันตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ทำให้อยู่ใกล้กับสถานที่ท่อง
เที่ยวหลายแห่งเดินทางก็ไม่ยากอีกด้วย
ภายในถูกตกแต่งให้ดูมีความสวยงามเป็นบูติกผสมผสานความสัมยใหม่ได้อย่างลงตัว
โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆก็ล้วนแล้วแต่ถูกคัดออกไปตกแต่งให้เข้ากับโทนของห้องได้เป็นอย่างดี
ส่วนภายนอกก็ยังมีมุมจิบน่้ำชาให้คุณได้นั่งพักผ่อนจิบชาพร้อมกับชมวิวอันสวยงามได้ไปด้วย
ในเวลาเดียวกันเรียกได้ว่าการได้มาพักที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกประทับใจอย่างแน่นอนเลยทีเดียว
เชียงใหม่ ไชโย
แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็นที่พักแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน
เพราะที่นี่คือที่พักสุดชิคของเมืองเชียงใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่สำคัญ
ไปกว่านั้นมันตั้งอยู่ใจกลางนิมมานแถมยังมีรถแดงผ่านอยู่ตลอดวเลาทำให้สะดวกอย่างมาก
ต่อการเดินทางไปท่องเที่ยในส่วนอื่นๆและแน่นอนว่าด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับความนิยมแบบสุดๆนั่นเอง
โดยที่นี่ตกแต่งแบบย้อนยุควินเทจให้ความเก่าแก่
และมีกลิ่นอายความอบอุ่นไปด้วยในตัวแถมผนังทุกด้านถูฏประดับไปด้วยศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็น
ภาพถ่ายภาพวาดก็มีเพียบให้คุณได้เลือกชมกันเพลินๆใครชื่นชอบสายอาร์ตรับรองว่าการที่พักที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
เดอะ ลอฟ นิมมาน
ใครที่กำลังมองหาที่พักย่านในกลางนิมมานก็ต้องนี่เลยกับ เดอะ ลอฟ นิมมาน
เพราะถือได้ว่าทำเลเหมาะอย่างยิ่งกับการพักในย่านนี้เพราะสามารถเดินทางไปเที่ยวต่อในสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆได้อย่างสะดวกสบาย
โดยที่นี่มีขนาดไม่ได้ใหญ่โ๖มีห้องพักให้บริการเพียงแปดห้องแต่ถึงแม้ขนาดห้องจะน้อยทว่าเต็มไปด้วยคุณภาพที่อัดแน่นอยู่ภายใน
และที่สำคัญแต่ละห้องถูกออกแบบไม่ซ้ำกัน และต่างสไตล์อีกต่างหากสำหรับที่นี่มีทั้งหมดสามชั้น แต่ละชั้นก็ให้คนละบรรยากาศ
โดยส่วนใหญ่แล้วถูกดีไซน์แบบลอฟปูนเปลือยทำให้ดูมีความสวยงามและทันสมัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ส่วนในห้องพักก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบไม่มีขาดเหลืออย่างแน่นอน…

รีวิว

ทำไมคนต่างชาติถึงชอบแห่กันมาเที่ยวที่เมืองไทย

Posted on

สำหรับคนไทยแล้วการท่องเที่ยวในบ้านเราก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนทำกันเป็นปกติ
แต่สำหรับชาวต่างชาติ พวกเขาก็ชอบแห่กันมาเที่ยวในบ้านเราเหมือนกันทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
ในมุมมองคนต่างชาติแล้วประเทศไทยนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ
ที่พวกเขาจะมาท่องเที่ยวกัน เหตุผลมันก็มีมากมายหลายหลาก
เริ่มต้นกันที่เรื่องของความงดงามตามธรรมชาติ
บ้านเราขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความสวยงามในด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาดและท้องทะเลทางภาคใต้
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวแนวภูเขา ทางภาคเหนือก็มีให้ได้ชม
และถ้าอยากเห็นน้ำตก ภาคกลางก็มีหลายที่ที่สวยๆ เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์โดยแท้สำหรับคนรักธรรมชาติ
มิตรไมตรีของผู้คนชาวไทยก็เป็นสิ่งที่มัดใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม้ว่าจะมีข่าวในแง่ลบเกี่ยวกับผู้คนในบ้านเราอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเป็นมิตรกับชาวต่างชาติกันมาก ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง แม้บางครั้งอาจสื่อสารกันไม่เข้าใจ
แต่ก็มีความพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้สึกดีๆ กลับบ้านไป
ขณะที่เรื่องของค่าครองชีพก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่าง มากกับการใช้ชีวิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก, ค่าอาหาร
หรือการช็อปปิ้งต่างๆ พวกเขาสามารถใช้เงินในจำนวนที่ไม่มาก ทุกอย่างแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวแพงๆ ทั่วโลก เพียงแค่เงิน 50บาทเท่านั้น
ก็สามารถหาข้าวทานได้อิ่มแล้ว 1 มื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินแพงๆเลยสำหรับอาหารมื้ออร่อย
พูดถึงอาหารไทย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของบ้านเรา เพราะว่ามีอาหารการกินอร่อยๆ ให้เลือกชิมกันเพียบ
ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามภัตตาคารหรือว่าจะเป็นอาหารข้างทาง อีกทั้งอาหารในแต่ละภาคก็มีความแตกต่างกันชัดเจน
ทุกอย่างคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นหา แม้ว่าหลายเมนูจะเผ็ด แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะลอง
เพื่อสัมผัสถึงความเป็นไทยถึงที่สุด สำหรับนักเดินทางที่ต้องการไปเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว
ประเทศไทยถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ได้สะดวก
ถ้านักท่องเที่ยวมีเวลาว่าง พวกเขาก็จะไม่ลังเลที่จะแวะเที่ยวในบ้านเรา ใส่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในทริปด้วย
มันคือความสะดวกสบายของการเดินทางที่ทำให้พวกเขาแวะเวียนมายังที่นี่กันมาก
ด้วยเหตุผลที่หลากหลายเหล่านี้จึงทำให้ชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันที่ประเทศไทย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นพวกเขาเหล่านี้มาหาประสบการณ์ที่บ้านเรากันทุกๆปี…

รีวิว

สุดยอดร้านส้มตำ-อาหารอีสาน ในกรุงเทพฯ (ตอนแรก)

Posted on

แม้อากาศประเทศไทยจะร้อนปรอทแตกแค่ไหน
แต่อาหารอีสานที่แสนดุเด็ดเผ็ดร้อนก็ยังครองใจใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น
ส้มตำปูปลาร้า ตำลาว ตำไทยไข่เค็ม ตำข้าวโพด น้ำตก ลาบ อ่อม ต้มแซ่บ
รวมถึงไก่ย่าง แหม! พูดแล้วก็หิวเหลือเกิน
ลองมาเลือกร้านส้มตำสุดสะแด๋วในกรุงเทพฯ
ที่กล้าการันตีว่ารสชาตินั้นได้ระดับต้นตำรับมาเอง
ถึงเครื่องถึงใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทางทีมงานได้คัดเลือกมาถึง 10 ร้าน ใส่ลิสต์ไว้แล้วตระเวนกินให้ทั่วกันเถอะ

ร้านที่ 1. เผ็ด เผ็ด Phed Phed
ร้านอาหารอีสานที่หลายคนติดใจในรสชาติและบรรยากาศของร้าน
ซึ่งทุกจานถูกปรุงอย่างพิถีพิถันจากเซฟที่มีความชอบด้านการทำอาหาร
แม้จะจบวิศวะแต่ก็ซึมซับการทำอาหารมาจากครอบครัวตั้งแต่ยังเล็กที่จังหวัดนครพนม
และความพิเศษของเมนูที่ร้านคือความสร้างสรรค์ในการนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่
หาได้ในช่วงนั้นมาทำเมนูพิเศษ ซึ่งพิเศษแม้กระทั่งของหวาน
ที่วนเวียนไม่ซ้ำกันในแต่ละวันโดยเฉพาะสาคูเปียกที่ทางร้านผลิตจากเม็ดสาคูแท้
สั่งทำเฉพาะ คงความเหนียวหนึบที่ไม่ได้ติดกันเป็นก้อน
เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งคาวและหวานอย่างแท้จริง
แม้บริเวณร้านจะไม่มีที่จอดรถและผู้ที่จะเข้าไปอาจต้องโทรจองคิวเข้าไปก่อน
แต่ทุกวันร้านก็ยังคึกคักเชิญชวนผู้ที่อยากลิ้มลองอีสานต้นตำรับที่นี่เสมอ
พิกัด : เผ็ดเผ็ด (Phed Phed) ถนนพหลโยธินซอย 8 ใกล้ BTS อารีย์
ร้านเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ 11.30-20.00 น.
ติดต่อจองโต๊ะหรือสอบถามเมนูได้ที่เบอร์ 09-7918-1175
เว็บไซต์ : www.phedphed.com/phahon-yothin-8

ร้านที่ 2. แซ่บ วัน รัชดา
ร้านอาหารอีสานที่ขยายกิจการทั่วกรุงไปแล้วถึง 4 สาขา
ทีเด็ดอยู่ที่ความหอมนัวร์ของปลาร้า และเมนูที่มีให้เลือกหลากลาย
ไม่ว่าจะเป็นตำถาด ตำลาว ตำป่า ตำหอยแครง ทีเด็ดอยู่ที่ตำซั่วโรยกากหมู
ที่กรอบสะท้านกราม และเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด
พิกัด : สาขา 1 แยกเทียมร่วมมิตร (ตรงข้ามบิ๊กซี รัชดา), สาขา 2
ใกล้ห้างเอสพละนาด รัชดา, สาขา 3 รัชดา ซอย 4 และสาขา 4 รามคำแหง127
ร้านเปิดบริการ : 10.00-23.00 น.
โทร : 08-1751-3181
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/zabbone

ร้านที่ 3. ส้มตำเจ๊แดงสามย่าน
ส้มตำที่ดังที่สุดในตลาดสามย่าน ร้านแซ่บเวอร์ในราคาไม่แรง
พร้อมเมนูอร่อยมากมายให้ได้เผ็ดสะใจ ทั้งส้มตำปูปลาร้า น้ำตก คอหมูย่าง
ปลาดุกย่าง ตับหวาน ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ซุปหน่อไม้
และอีกมากมายหลายเมนูที่พลิกกระดานเลือกได้เลย
เพราะอร่อยแซ่บน้ำตาไหลได้ใจทุกจาน
พิกัด : ซอยจุฬาฯ 50 สามย่าน
โทร : 0-2214-2590
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/dangsomtum
ทำความรู้จักันพอหอมปากหอมคอกันก่อน
ตอนต่อไปมาเซ็กลิสต์ร้านส้มตำที่แซ่บนัวร์ไม่แพ้ใครในกรุงเทพฯ
กันอีกสักหน่อย ไว้เป็นตัวเลือก ใกล้ที่ไหนจะได้ไปจัด!…

รีวิว

3 ที่เที่ยวเขาใหญ่ ถ่ายภาพสวยๆ เน้นลงไอจี

Posted on

เขาใหญ่ ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวยอดฮิตไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน
ที่นี่ก็อากาศดีตลอดปี ที่สำคัญที่นี่ยังมีที่เที่ยวถ่ายรูปสวยมากมาย เราเลยขอคัด 3
ที่เที่ยวถ่ายรูปสวยของเขาใหญ่มาฝาก ใครอยากได้ภาพสวยๆ เท่ๆ ห้ามพลาด!

The Birder’s Lodge
ตอบโจทย์ทั้งคนที่อยากได้ที่พักสวยๆ ที่แต่งไว้อย่างเท่ๆ
และคนที่อยากนั่งผ่อนคลายในร้านกาแฟ บรรยากาศดีๆ อีกด้วย
เรียกได้ว่าเอาใจทั้งคนที่อยากมานอนค้างคืนเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศก็ได้ฟีล
และคนที่มานั่งชิลๆ แน่นอนว่า ที่นี่มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย
เหมาะที่จะมานอนค้างสักคืน และอัพรูปลงไอจีรัวๆ
มุมดีๆ ไว้ถ่ายภาพสวยๆ : มุมบ้านไม้ที่ปกคลุมไปด้วยมอส และ มุมในร้านกาแฟ
พิกัด : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี อ.ปากช่อง เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
ร้านกาแฟ เปิดบริการ : 08.30-18.00 น.
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/thebirderslodge

Primo Piazza
พรีโม เพียซซ่า (Primo Piazza) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า อิตาลีในเมืองไทยที่นี่คุณจะได้เล่นกับอัลปาก้า
และเอนจอยไปกับสถาปัตยกรรมของหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปี ในแคว้นทัสกานี
(Tuscany) ที่ถูกยกมาไว้ที่นี่ได้อย่างลงตัว ท่ามกลางอากาศสบายๆ
และไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ คือ การมาถ่ายรูป เดินเล่นสวยๆ ให้อาหารแกะ
และอัลปาก้า รวมถึงการทานของอร่อยในสไตล์อิตาลี
มุมดีๆ ไว้ถ่ายภาพสวยๆ : มุมสวยๆ ของตึก และ มุมให้อาหารอัลปาก้า
พิกัด : 200/2 หมู่ 10 ต.หมูสี อ.ปากช่อง เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
เปิดให้บริการ : 09.00-18.00 น.
โทร : 08-1922-9000, 0-4400-9900-5
เว็บไซต์ : http://www.primopiazza.com ,
https://www.facebook.com/PrimoPiazzaPage

Thames Valley Khao Yai
เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ เป็นโรงแรมสวยๆ
ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองในชนบทของประเทศอังกฤษแถบลุ่มแม่น้ำเทมส์ในสไตล์
English Countryside ซึ่งที่นั่นแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ มีหมู่บ้านเล็กๆ
เรียงรายตลอดสองฝั่งของแม่น้ำ ที่เหมือนถูกยกมาไว้ที่นี่จนออกมาหน้าตาสวยลงตัว
ใครที่อยากแวะไปชิลล์ ก็สามารถนั่งผ่อนคลาย และอร่อยได้ที่ร้านอาหาร The Castle
ด้านในของโรงแรมนี้ได้อีกด้วย
มุมดีๆ ไว้ถ่ายภาพสวยๆ : ตึกต่างๆ ที่มีต้นไม้สีเขียว, มุมสะพาน และมุมร้านอาหาร The Castle
พิกัด : 999 หมู่ 4 ต.หมูสี อ.ปากช่อง เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
โทร : 0-4400-9999
เว็บไซต์ : http://www.thamesvalleykhaoyai.com ,
https://www.facebook.com/ThamesValleyKhaoyaiHotel…

รีวิว

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงไตปลา

Posted on

แกงไตปลา เป็นการถนอมอาหารแบบหมักดองชนิดหนึ่งโดยใช้กระเพาะของปลา เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลาดุก ปลาช่อน
หรือ ปลาอื่นๆ มาหมักกับเกลือพร้อมนำขี้และดีออกจากกระเพาะก่อน
หมักไว้เช่นนั้นประมาณ 10 -30 วันก็จะได้ไตปลาที่พร้อมปรุงอาหาร
ลักษณะจะเป็นของหมักที่เหลวและมีมันไหลออกมานำไปทำเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น
ไตปลาที่เป็นเครื่องจิ้มคล้ายน้ำพริกของทางภาคกลาง หรือ แกงพุงปลาที่เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของภาคใต้
นอกจากนี้ เรายังสามารถนำไตปลาไปผัดกับน้ำพริกแกง ใส่ปลาจิ้งจ้างและผัก เรียก ไตปลาแห้ง ซึ่ง ไตปลา
ที่เป็นเครื่องจิ้มนั้น เป็นที่มาของอาหารชาววังที่เรียกว่า แสร้งว่า หรือ แสร้งว่าไตปลา เรียกว่าไม่ใช่เพิ่งเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน
โดย แสร้งว่าไตปลา จะมีรูปแบบการปรุงเหมือนกับน้ำพริกไตปลา
เพียงแต่ตัดไตปลาที่มีกลิ่นเหม็นคาวออกไป ขณะเดียวกันก็ใส่เครื่องปรุงอื่นลงไปแทน เช่น กุ้ง ซึ่งแสร้งว่านี้
เป็นอาหารที่มีในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
อย่างไรก็ตาม แม้ แกงไตปลา จะมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน
แต่กรรมวิธีการปรุงกลับไม่ยุ่งยากเหมือนอาหารชาววังชนิดอื่นๆ โดยใช้แค่ ไตปลา เป็นส่วนประกอบสำคัญ
และมีทั้งแบบที่ใสหรือไม่ใส่กะทิซึ่งแกงไตปลาแบบใส่กะทิ เป็นที่นิยมในบางท้องที่ เช่น จังหวัดยะลา การแกงจะต้มกะทิแค่พอสุก ไม่แตกมัน
น้ำพริกแกงประกอบด้วย พริกขี้หนูแห้ง เกลือ พริกไทยเม็ด ตะไคร้ ผิวมะกรูด กระเทียม ขมิ้น หอมแดง และ กะปิ
ส่วนแกงไตปลาแบบฉบับของจังหวัดชุมพร จะไม่ใส่ ข่า กระชาย หอมแดง หรือ กระเทียม ในน้ำพริกแกง
แต่จะซอยละเอียดใส่ลงในแกง เรียกแกงแบบนี้ว่าแกงไตปลาเครื่องซอย
รสชาติก็อร่อยและเข้มข้นไปอีกแบบ ว่าแล้วเรามาดูวิธีการทำ แกงไตปลา กันดีกว่า
เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ไล่ตั้งแต่ ปลาย่างแกะเป็นชิ้น 1 ถ้วย,
เครื่องแกงไตปลา 2 ช้อนโต๊ะ, ไตปลา 1 ถ้วย, กะปิปลา 1 ถ้วย,
มะเขือเปราะ 2-3 ลูก และ ฟักทองหั่นเป็นชิ้น 3-4 ชิ้น
ไปจนถึง มันเทศหั่นเป็นชิ้น 3-4 ชิ้น, ใบมะกรูดฉีก 2-3 ใบ,
เกลือเล็กน้อย, ผงชูรสเล็กน้อย และ น้ำเปล่า 3 ถ้วย
เรียกว่าวัตถุดิบทั้งหมดสามารถหาได้จากห้องครัวหรือริมรั้วของชาวบ้านทั่วไป
มิจำเป็นต้องเปลืองเงินเปลืองทองแต่อย่างใดขณะที่ขั้นตอนการปรุง แกงไตปลา
จะเริ่มจากใส่น้ำเปล่าลงในหม้อตั้งไฟ รอจนน้ำเดือด ใส่ กะปิปลา
และ ไตปลา ลงในกระชอน แล้วนำไปละลายกับน้ำเดือดในหม้อเสร็จแล้วจึงใส่เครื่องแกงลงไปต้มสักครู่
เมื่อเครื่องแกงละลายดีแล้ว ใส่ ปลาย่าง, มะเขือเปราะ,
ฟักทอง และ มันเทศ ลงไป ต้มจนผักสุก ตักชิมรส
หากเค็มได้ที่แล้วไม่ต้องเติมเกลือ ปรุงรสด้วยผงชูรสเล็กน้อย
เสร็จแล้วใส่ใบมะกรูดฉีก ปิดไฟ ยกลงพร้อมเสิร์ฟ…

รีวิว

สถานที่ห้ามพลาดหากไปเยือนนครศรีธรรมราช

Posted on

“เมืองประวัติศาสตร์พระธาตุทองคำชื่นฉ่ำธรรมชาติแร่ธาตุอุดมเครื่องถมสามกษัตริย์มากวัดมากศิลป์ครบสิ้นกุ้งปู” คือคำขวัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช
หัวเมืองใหญ่ของแดนด้ามขวานของบ้านเรา ที่บ่งบอกความครบครันของสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในจังหวัด
ควรจะเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวควรที่จะหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนซักครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้น
แต่สิ่งที่รับรองได้เลยว่าหากว่าใครได้เยือนเมืองแห่งนี้จะต้องมีอันติดใจทุกรายไปและจะต้องกลับไปเยี่ยมเยือนอีกเป็นครั้งที่สองและสามหรือมากกว่านั้นอย่างแน่นอนในอนาคตเพราะว่า
จังหวัดแห่งนี้มีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายทั้งแหล่งวัฒนธรรมและธรรมชาติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆคน ทั้งชาวไทย และ ต่างชาติ
เหมือนอย่างเช่นหลายจังหวัดก่อนหน้านี้ในภาคใต้ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง จังหวัด นครศรีธรรมราช อาจจะเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น เนื่องจากเรารู้จักแต่เพียงว่า
หนึ่งในจังหวัดแดนใต้แห่งนี้ ขึ้นชื่อแค่ วัดพระบรมธาตุที่สร้างชื่อให้จังหวัดนี้มาช้านาน กระทั่งปัจจุบัน จังหวัดแห่งนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อมีสถานท่องเที่ยวใหม่ๆ
เกิดขึ้นมากมาย และนี่คือ 3 สถานที่ที่เราคัดมาฝาก
เริ่มจาก บ้านหนังตะลุงสุชาติ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเก่าแก่ ในด้านวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยเป็นทั้งทรัพย์สิน ศิลปะหนังตะลุง และ ช่างทำรูป
หนังตะลุงฝีมือระดับอ๋องของเมืองนครศรีธรรมราช ที่ช่วยริเริ่มและสืบทอดวัฒนธรรมด การทำตัว หนังตะลุง รวมถึงการเชิดหนังตะลุงจนเป็นที่ยอมรับ
ในระดับชาติอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงนานาชาติไว้อีกด้วย
ต่อมาเป็น กำแพงเมืองเก่า เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เมื่อกำแพงแห่งนี้เคยปกป้องเมืองนครศรีธรรมราช จากเหล่าข้าศึก
เป็นโบราณสถานที่ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่ง และ ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราช ในอดีตกาล โดย ปัจจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ให้มีความสวยงาม
จนกลายเป็นอีกหนึ่งแห่ง ที่ใครหลายคนต่างแวะเวียนมา
ปิดท้ายกันที่ เจดีย์ยักษ์ วัดพระเงิน ตั้งอยู่บริเวณริมถนนศรีปราชญ์ ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช นับเป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2
ของจังหวัดนครศรีธรรมราชิ รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ โดย ในส่วนของทรงเจดีย์นั้นเป็นแบบลังกา ด้านหน้าพระเจดีย์
จะมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปั้นนั่งองค์ใหญ่ สมัยอยุธยา ถือเป็นอีกหนึ่งปูชนียสถานที่สำคัญของนครที่ควรค่าแก่การมายี่ยมชมอย่างยิ่ง…

รีวิว

ลพบุรี มีอะไรกว่าที่คุณคิด

Posted on

แน่นอนว่า หากพูดถึง ลพบุรี อาจจะเป็นจังหวัดที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมากนัก แต่จริงๆแล้ว เมืองวานร แห่งนี้
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดภาคกลางที่น่าสนใจ ที่สำคัญ ด้วยระยะทางที่ห่างจากกรุงเทพ เพียงแค่ 150 กิโลเมตรเท่านั้น
ก็ทำให้ จังหวัดแห่งนี้ เหมาะกับการเดินทางมาพักผ่อนช่วงสั้นๆ หรือ ไปกลับ ว่าแต่ ลพบุรี แห่งนี้
มีสถานที่แห่งหนใดน่าไปเชยชมกันบ้าง นี่คือ 3 สถานที่ ที่เราคัดมาเน้นๆ โดยเฉพาะ
เริ่มจาก ศาลพระกาฬ โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลพบุรี
อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีจุดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
ภายในประดิษฐานเจ้าพ่อพระกาฬ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเทวรูปพระนารายณ์ยืน ก่อร่างสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง 2 องค์
ขณะเดียวกัน บริเวณรอบๆ ยังปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชาติ ที่รมรื่น เป็นที่อยู่อาศัยของลิง
จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด ลพบุรี จนถึงทุกวันนี้
ต่อมาเป็น พระปรางค์สามยอด โดยสถานที่แห่งนี้ เป็นหนึ่งในแแหล่งทองเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ จังหวัดลพบุรี แต่ยังรวมถึงประเทศไทยด้วย
มีความโดดเด่นในลักษณะทางสถาปัตยกรรมปราสาทเขมร แบบในศิลปะบายน ว่ากันว่า
ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งหากใครเดินทางมา ลพบุรี ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาอย่างยิ่ง
ต่อด้วย สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง ตั้งอยู่ภายใต้ตำบลท่าดินดำ
แม้ว่าภายในน้ำตกจะมีขนาดไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก แต่ก็มีความสวยงามพอสมควร ไม่แพ้น้ำตกจากที่อื่นๆ ที่สำคัญ
ยังมีน้ำไหลตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำได้ทุกฤดูกาล อีกทั้ง
ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รมรื่นแบบสุดๆ อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ เขื่อนป่าสักชลบสิทธิ์ โดยตั้งอยู่ภายในบ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม ว่ากันว่า
ที่แห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากประโยบน์สำหรับการใช้กักเก็บน้ำเพื่อในเชิงเกษตรกรแล้ว
สถานที่แห่งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดดเด่นในแง่ธรรมชาติ ที่มีจุดชมวิวริมอ่างเก็บน้ำ และ
ยังมีพิพิธภัณฑ์ ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่ขาดสาย แถมยังมี บ้านพักรับรอง และ ลานกางเต็นท์
เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่อีกด้วย…