ร้านอาหาร

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง

Posted on

เมื่อพูดถึง บัว หลายคนคงคิดถึงแต่ ดอกบัว ที่นำไปไหวพระ
แต่จริงๆ แล้ว “บัว” นั้นมีประโยชน์มากมาย
เรียกได้ว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากยันปลายดอกเลยทีเดียว
แถมผลงานวิจัยจากต่างประเทศยังระบุว่า บัวมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย
ไล่ตั้งแต่ กลีบบัว ที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ห้ามเลือด
อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ส่วน เมล็ด หรือ เม็ดบัว ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้นอนหลับดี และแก้ไข้ ขณะที่ เกสรบัว
เป็นยาสมานแผลในร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ปิดท้ายที่
ดีบัว ช่วยขยายหลอดเลือดในหัวใจ
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ชาวไทยจะนิยมนำ บัวมารับประทานเป็นอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ
โดยเฉพาะเมนูสุดเก๋ไก๋อย่าง “เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง”
ที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากสมุนไพรหลากหลายชนิดในเมนูอาหารไทยโบราณชนิดนี้
ส่วนขั้นตอนการทำ “เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง”
ก็ไม่ยากเย็นอะไร เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบในการทำน้ำเมี่ยงคำ
กอปรด้วย น้ำตาลปีบ 2 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำสะอาด ½
ถ้วย, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, รากผักชี 1 ช้อนชา และ ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา
โดยวิธีปรุงน้ำเมี่ยงคำ
เริ่มจากนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในหม้อ แล้วตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆ
จนได้น้ำเมี่ยงคำที่เข้มข้น
ซึ่งเคล็ดลับในการประหยัดเวลาคือการเร่งไฟให้แรง
จากนั้นใช้ทัพพีคน แล้วจึงผ่อนไฟลง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆรับรองไม่เปลืองเวลา
ขยับมาที่เครื่องเคียงในเมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง ไล่ตั้งแต่
หัวหอมแดง, ขิง, มะนาว, พริกขี้หนู, ถั่วลิสง, กุ้งแห้ง
และที่ขาดไม่ได้คือ กลีบบัวหลวง หรือใครจะเพิ่เครื่องเคียงอย่าง
ใบชะพลู, ใบทองหลาง และ ใบคะน้า เข้ามาก็ไม่ว่ากัน
วิธีการเตรียมเครื่องเคียงเมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง
เริ่มจากล้างทำความสะอาดกลีบบัวหลวง โดยเอาน้ำใส่กะละมัง
แล้วดีดเกลือป่นตามลงไปสัก 1 ช้อนชา
จากนั้นบรรจงล้างทีละกลีบ
และต้องสะบัดน้ำออกจากลีบบัวหลวงให้หมดด้วย
ขณะที่ หอมแดง และ ขิง ให้หั่นเป็นสีเหลี่ยมลูกเต๋า
เช่นเดียวกับ มะนาว ที่หั่นทั้งเปลือกเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ส่วน
พริกขี้หนูสวน จะซอยถี่ซอยหนาแล้วแต่ความสะดวก ปิดท้ายที่
กุ้งแห้ง ไม่ต้องทำอะไร แค่เลือกชนิดที่จืด ไม่มีรสเค็มเป็นพอ
ที่เหลือก็แค่นำเสิร์ฟพร้อมรับประทาน
ซึ่งวิธีรับประทานก็เหมือนเมี่ยงคำทั่วไป
คือนำเอาเครื่องเคียงทั้งหมดใส่ในกลีบบัวหลวง
แล้วตักน้ำเมี่ยงคำราดตามความพอใจ
ที่เหลือก็จับยัดใส่ปากเป็นคำ รับรองเด็ดสะระตี่อย่าบอกใคร
โดยในปัจจุบัน แม้เมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง
จะหารับประทานได้ยาก แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถตรงไปยังร้าน
“Red Lotus Cafe” ที่ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน
จังหวัดนครปฐม เพื่อชิมเมนูนี้ได้ หรือจะสั่งเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวนมาลองก็ไม่ว่ากัน…

ร้านอาหาร

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ยำส้มโอ

Posted on

ยำส้มโอ
เป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่ในสมัยนี้ค่อนข้างหาทานยากอาจจะพบแค่ในโรงแรมหรือภัตตาคารอาหารบางแห่งเท่านั้น
ซึ่งน่าเสียดายที่สูตรอาหารชาววังฉบับนี้เริ่มเลือนหายไปจากสังคมไทย ทั้งที่ ส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีมากมายในบ้านเรา
โดยรสชาติของเมนู ยำส้มโอจะได้ความเปรี้ยวจากส้มโอเป็นหลัก
ส่วนน้ำยำต้องปรุงให้ออกหวานนำเค็มตาม เมื่อนำมายำกับเนื้อส้มโอที่มีรสเปรี้ยว
ก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวมากบอกมาแค่นี้ตัวผู้เขียนยังน้ำลายไหล
แล้วคุณผู้อ่านไม่ไหลก็ให้มันรู้ไป
แถมวิธีการทำ ยำส้มโอ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงการนำ
ส้มโอ มายำด้วยพริกขี้หนู, น้ำมะนาว, น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา
และ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้มีความเปรี้ยวอมหวาน
ตกแต่งด้วยกุ้ง, หอมเจียว, กระเทียมเจียว และ ผักชีโรยหน้า เป็นอันเสร็จ
ว่าแล้วเรามาเริ่มทำเมนูยำส้มโอสูตรโบราณกันเลยดีกว่า
ไล่ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบที่ประกอบด้วย กุ้ง 5 ตัว, ส้มโอ 150 กรัม,
มะเขือเทศ 30 กรัม, พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ, กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ,
หอมแดง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะขามเปียก 2
ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ และ ผักกาดขาวสำหรับตกแต่ง
เริ่มจาก กุ้ง กันก่อน
ล้างทำความสะอาดพร้อมปลอกเปลือกกุ้ง
ผ่าเอาเส้นดำกลางหลังออก โดยเทคนิคง่ายๆคือให้ใช้มีดปลายแหลมกรีดเบาๆ ที่ส่วนหางกุ้ง
แล้วจึงใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยออกมา จากนั้นนำไปลวกในน้ำร้อนพอสุกตักพักไว้
หันมาลุยกับวัตถุดิบหลักอย่าง ส้มโอ กันต่อ
เริ่มจากปลอกเปลือกส้มโอ แกะเนื้อให้เป็นเม็ดเล็กๆ ขยับไปซอย
กระเทียม และ หอมแดง แล้วนำไปเจียวในน้ำมันให้หอม
ตักพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน รอนำมายำพร้อมกันอีกที
จากนั้น ตำพริก และ กระเทียม ให้แหลก ปรุงรสด้วย
น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และ น้ำตาลทราย
คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำ มะเขือเทศ มายำให้เข้ากับ ส้มโอ
จัดใส่จานตกแต่งด้วย กุ้ง โรยหน้าด้วย กระเทียมเจียว และหอมแดงเจียว เป็นอันเสร็จ
ซึ่งปัจจุบันเรายังสามารถหาทาน ยำส้มโอสูตรชาววัง
ได้ตามร้านอาหารหลายแห่ง อาทิเช่น โรงแรมรติล้านนา
ริเวอร์ไซต์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ที่มีเมนูยำส้มโอชาววังกุ้งย่าง
เสิร์ฟประจำที่ ห้องอาหาร มิรา เทอร์เรส
โดยประโยชน์จากการรับประทานยำส้มโอ ช่วยลดความอ้วนและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการได้รับสารอาหารจากพืชผักต่างๆ นอกจากนี้
ยำส้มโอ สามารถช่วยเลือดหมุนเวียนได้ดี และมีแคลเซี่ยม
วิตามินซี ในร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญได้ดีด้วย…

ร้านอาหาร

วิธีการทำหมูชะมวง อาหารพื้นบ้าน ต้นตำหรับ ของดีเมืองจันท์

Posted on

“หมูชะมวง” ชื่อเมนูนี้ สำหรับคนจันท์ต้องรู้จักเป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี
ใบชะมวงเป็นชื่อที่ทางชาวจันทบุรีเขาเรียกกัน ถ้าเป็นคนทางภาคอีสานจะเรียกว่า
ส้มโมง เป็นไม้ยืนต้นสูงราว 15 – 20 ม.
ใบที่เราจะนำมาใช้แกงมัลักษณะเป็นรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลม
ผิวใบเป็นมันและมีรสเปรี้ยว ด้วยความที่เป็นต้นไม้พื้นถิ่น
หาไม่ได้ตามตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ใบชะมวงนั้นมีรสชาติที่เปรี้ยวอย่างเป็นธรรมชาติ
และนำเอาปรุงอาหารเข้ากับหมูที่ต้มและเคี่ยว จนมีความนุ่ม
พร้อมใส่เครื่องแกงเข้าไป จนกลายเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยอย่างสุดๆ
วันนี้มาดูวิธีการทำ “หมูชะมวง” กัน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
อันดับแรกเลยการเตรียมเครื่องปรุง

เครื่องปรุง มีดังนี้
1.ใบชะมวงเลือกเฉพาะใบอ่อนราวๆ 30 ใบหรือประมาณ 1 จานข้าว
2.เนื้อหมูสันใน สามชั้น และซี่โครงอ่อนมาอย่างละ 3 ขีด
3.ข่าแก่ 1 หัวขนาดกลาง (หั่นได้ประมาณ 10-12 แว่น)
4.หอมแดง 7 หัว
5.กระเทียม 2 หัว
6.กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา
7.เกลือป่นเล็กน้อย
8.พริกไทย 20 เม็ด

ต่อไป คือวิธีการทำ
1.ล้างใบชะมวงให้สะอาด
ฉีกตามก้านหยาบๆแบบเดียวกับที่ฉีกใบมะกรูดแล้วใส่ลงไป ครับ
(ไม่ต้องรอจนหมูสุก)
2.ล้างเนื้อหมูทั้ง 3 ประเภทให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนาๆ ราว 1/2 นิ้ว
3.ย่างข่า กระเทียม หอมแดง กะปิ ให้หอมก่อนจะโขลกกับเกลือป่นให้ละเอียด
ปิดท้ายด้วยการใส่พริกไทยเม็ดตามลงไปโขลกให้เข้ากันดี
4.ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นำเครื่องแกงที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม
ใส่เนื้อหมูทั้งสามอย่างลงผัดพร้อมกัน ใช้น้ำ พอเนื้อหมูเริ่มสุกใส่น้ำตาลปี๊บ 3ช้อนโต๊ะ ผัดให้สุกดีแล้วยกกระทะลง
5.ตั้งหม้อแทน เทหมูที่ผัดไว้ในกระทะลงหม้อ ใส่ใบชะมวงที่เด็ดไว้ทั้งหมดลงไป
เติมน้ำสะอาดตามลงไปในหม้อให้พอท่วมหมู จากนั้นปรุงรสเพิ่มด้วยใส่เกลือ 1ช้อนชา
เคี่ยวไปเรื่อยๆจนหมูและผักเปื่อยหากเปรี้ยวไม่พอเติมด้วยใบชะมวงที่เหลือ หรือจะใช้น้ำส้มมะขามเปียกก็ได้
รสหวานเติมด้วยน้ำตาลทราย รสเค็มเติมด้วยน้ำปลาดี
หากชอบสีเข้มอีกหน่อยเหยาะซีอิ๊วดำเล็กน้อยลงไปแต่งสีก็ได้

แนะนำเคล็ดลับที่ทำให้ “หมูชะมวง” มีความอร่อยมากขึ้น นั่นคือ
การเคี่ยวหมูชะมวงนั่นเอง ถ้าเรายิ่งเคี่ยวก็จำทำให้หมูชะมวงยิ่งอร่อยเข้าไปอีก
เพราะในการเคี่ยวนั้นช่วยให้เครื่องปรุงต่างๆ ผสมผสานกันได้อย่างดี
และมีรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น
และถ้าหากยังเปรี้ยวไม่พอให้ฉีกใบชะมวงใส่ลงเพิ่มเข้าไป
หรือจะใช้น้ำมะขามเปียกก็ได้ ถ้ายิ่งหลายมื้อก็เพิ่มความอร่อยเข้าไปเรื่อยๆ
รับรองได้เลยว่า กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่างแน่นอน
สำหรับเมนูท้องถิ่นของชาว “จันทบุรี”…

ร้านอาหาร

ร้าน ABC Essence in Eatery ที่คุณต้องหลงไหล

Posted on

คอนเซ็ปท์ของ ABC Essence in Eatery คือการรับประทานอาหารที่ดีนั้น จะต้องมีทั้งความอร่อย สวยงาม
มีคุณค่าทางโภชนการครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และปรุงด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพ
ที่นี่จึงเสิร์ฟอาหารฟิวชั่นที่ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยของคุณภาพ
ตกแต่งหน้าตาน่ารับประทานแบบชนิดที่ว่าเมื่อยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ จะต้องอยากถ่ายรูปเป็นอันดับแรก
ด้วยน่าตาที่สวยหรูของอาหารแต่ละเมนูที่ไม่ซ้ำกัน เอาใจสายเซลฟี่ จริง ๆ
นอกจากนี้บรรยากาศของร้านยังเหมือนกับอยู่ในเรือนกระจก บรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตาด้วยแสงธรรมชาติ
เติมความสดชื่นด้วยต้นเฟิร์นสีเขียว แสงแดดอุ่นๆ กับห้องสีขาวเป็นอะไรที่เข้ากันอย่างลงตัว
กับร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่มันมีมากกว่าความอร่อยที่สัมผัสในเวลาทาน ยังมีความอิ่มใจได้ในเรื่องของศิลปะ
การจัดวางองค์ประกอบของร้านที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี
เสิร์ฟด้วยอาหารฟิวชั่นที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมครบคุณค่าโภชนาการ และ อาหารทุกเมนูจะอาหารหลักครบ 5 หมู่ แทบทุกเมนู
มีทั้งผัก ผลไม้ แป้ง โปรตีนหลายชนิด รับรองได้เลยว่ามาทานอาหารที่นี่ได้รับสารอาหารกลับไปอย่างครบถ้วน
และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ทานง่ายไม่เลี่ยน ตอบโจทย์ใครหลายๆคนได้ดีเลยทีเดียว
และยังเพิ่มเมนูอาหารใหม่เข้ามาในเมนูหลักอีกมากมาย ไม่ว่าจะเครื่องดื่มของว่าง
ที่ทางร้านได้คัดสรรมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ
ร้าน ABC Essence in Eatery
ตั้งอยู่ที่ : The Essence in Eatery เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โซน Veranda ชั้น 2
เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด : เวลา 11.00 – 22.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ : 083-096-0425