สถานที่เที่ยว

ล่องแก่งแม่น้ำปาย ไปคนเดียวก็เที่ยวได้

Posted on

พูดถึง อำเภอปาย จังหวะแม่ฮ่องสอน
พูดคนอาจนึกถึงสถานที่แห่งความรักความโรแมนติก
ที่บรรดาหนุ่มสาวมีคู่เดินทางไปเติมน้ำตาลในหัวใจ
แต่ใครเหล่าจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ก็มีมุมโหดๆ
ให้เดินทางไปสัมผัสนอกจากมุมน่ารักๆ เหมือนกัน
สิ่งที่เรากำลังจะบอกคือ ปาย
เป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติมากกว่าการเดินทางไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์
และชมหมอกในฤดูหนาว เนื่องจากในช่วงฟดูฝน ปาย
ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้นักเดินทางมาสัมผัส
หนึ่งในนั้นคือ กิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำปาย
ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสความหฤโหดของสายน้ำได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ลากยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
เรียกว่าว่างกันช่วงไหนก็จับรถขึ้นเครื่องมาลุยกันได้เลย
ก่อนอื่นขอเท้าความถึง แม่น้ำปาย
ก่อนว่าเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว
แล้วจึงไหลผ่าน 3 อำเภอ ในจังหวัดเดียว คือ อ.ปาย , อ.ปางมะผ้าและ อ.เมือง
จากนั้น แม่น้ำปาย จะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน
แต่ละช่วงมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม โดยการล่องแก่งแม่น้ำปาย
จะมีระยะทางรวมประมาณ 50 กิโลเมตร
ให้คุณได้ท้าทายความแข็งแกร่งของร่างกาย
ส่วนระดับความยากของแก่ง มีตั้งแต่ระดับ 1-4
ช่วงฤดูฝนอาจถึงระดับ 5 ซึ่งมีความยากมากและระดับน้ำรุนแรง
นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม
และความสนุกสนานตลอดสายน้ำ เช่น เล่นน้ำตกซู่ซ่า,
ผจญภัยในถ้ำ, แช่ตัวใบบ่อโคลน หรือ กระโดดหน้าผาสูง
ซึ่งในเส้นทาง 50 กิโลเมตร ที่ว่านี้หากจัดหนักจัดเต็มกันถึงขีดสุด
นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาอยู่กับแม่น้ำปาย นาน 2 วัน 1 คืน

มีการพักค้างแรมในป่า และอยู่ในการดูแลของไกด์
ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญกับเส้นทางในพื้นที่
โดยการล่องแก่งแม่น้ำปาย จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ หนึ่ง
ช่วงต้นน้ำปาย ถึงอำเภอปาย เริ่มต้นที่ห้วยช้างเฒ่า
หรือห้วยช้างแก้ว ห่างจากอำเภอปาย
ตามระยะทางรถยนต์ประมาณ 16 กิโลเมตร
ตามทางลำลองที่มุ่งสู่บ้านเวียงเหนือ และบ้านศาลาเมืองน้อย
จากนั้นเริ่มล่องลำน้ำปาย ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
ถึงสะพานเวียงเหนือ หรือบ้านจอมพล ใกล้ตัวอำเภอปาย
การล่องแพสายนี้ควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม
โดยต้องพักแรมในคืนก่อนการเดินทาง
และหลังจากการล่องแพแล้วอีก 1 คืน
สอง ช่วงจากอำเภอปาย ถึงอำเภอแม่ฮ่องสอน
เริ่มต้นที่บ้านหมอแปง ห่างจากอำเภอปาย ประมาณ 30 กิโลเมตร
ระยะทางการล่องแพทั้งหมดประมาณ 70 กิโลเมตร
และต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน กว่าจะล่องถึงบ้านปางหมู
อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
นอกจากนั้นการล่องแพในจุดนี้ยังต้องใช้แพถึง 2 ชุด
เนื่องจากช่วงกลางของแม่น้ำปาย
มีจุดหนึ่งที่เป็นโตรกธารระดับน้ำต่างกัน คล้ายกับเป็นน้ำตก
ซึ่งไม่สามารถล่องแพผ่านได้ต้องขึ้นฝั่งข้ามเขาไปขึ้นแพชุดใหม่แล้วล่องต่อ ไป
สาม ช่วงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถึงเขตชายแดนไทย-พม่า
เริ่มต้นจากบ้านห้วยเดื่อ ตำบลผาบ่อง
ซึ่งห่างจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 6 กิโลเมตร
ล่องถึงบ้านน้ำเพียงดิน ซึ่งเป็นเขตต่อแดนระหว่างไทย-พม่า
ปกติแล้วในช่วงนี้นิยมนั่งเรือหางยาวมากกว่าล่องแพ
และจากจุดนี้ผู้ที่นิยมล่องไพรด้วยการนั่งบนหลังช้างก็สามาร
ถทำได้เช่นกัน การล่องเรือในช่วงนี้เป็นที่นิยมกันมาก
ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ
เนื่องจากทิวทัศน์แม่น้ำมีความสวยงาม
และระดับน้ำลดหลั่นกันตลอดทาง แถมใช้เวลาในการไปกลับ
เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น…

สถานที่เที่ยว

เกาะเต่า สวรรค์ของนักท่องเที่ยว

Posted on

เกาะเต่านั้น ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่ของอำเภอเกาะพะงัน
เกาะเต่านั้นมีรูปร่างคล้ายๆกับเม็ดถั่ว มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 12936 ไร่
ประกอบไปด้วยเกาะที่สำคัญด้วยกัน 2แห่งคือ เกาะนางยวนและเกาะเต่า
สำหรับเกาะเต่าในอดีตนั้นช่วงหนึ่งเคยเป็นสถานที่คุมนักโทษการเมืองเหมือนกับเกาะตะรุเตา
โดยส่วนมากนั้นจะเป็นนักโทษที่ต้องคดีกบฎบวรเดช พศ.2476
และก็คดีพยามก่อกบฎในปีพศ.2481 และภายหลังมาเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลนักโทษทั้งหมด
จึงถูกปล่อยในราวปี พศ.2487 สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะเต่าแห่งนี้คือการดำน้ำดูปะการังที่มีหลากหลาย
ในที่นี้นักท่องเที่ยวจะสามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ซึ่งจุดดำน้ำบนเกาะเก่าแห่งนี้ก็จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3จุด คือ

1.กองหินชุมพร เป็นกองหินที่อยู่ใต้น้ำอยู่ห่างจากเกาะเต่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
มีความลึกสุดอยู่ประมาณ 30-40 เมตร ที่แห่งนี้จึงเหมาะกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์แล้ว

2.หินใบ ตั้งอยู่บริเวณทางทิศใต้ของเก่าเต่า อยู่ตรงกลางระหว่างเกาะพงันกับเกาะเต่า
เป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำความลึกจะอยู่ที่ประมาณ 24 เมตร
และจะมีฝูงปลาให้นักดำน้ำได้ดำลงไปศึกษากันอย่างมากมายหลายชนิดอีกด้วย

3.กองหินตุ้งกู จุดนี้เป็นจุดดำน้ำที่มีความลึกประมาณ 30 เมตรครับ

และสำหรับไฮไลท์ที่เกาะเต่าแห่งนี้ยังมีอีก 1อย่างคือ จุดชมวิว จอห์น – สุวรรณ
ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ของอ่าวโฉลกบ้านเก่า ทางด้านทิศใต้บนเกาะเต่า
โดยระยะเวลาในการเดินทางนั้นจะไม่เกิน20 นาที ส่วนเส้นทางเดินเข้าสู่จุดชมวิวนั้นค่อนข้างรกและชัน
พอสมควรแต่วิวที่ได้นั้นรับรองสวยสุดๆไปเลย หลายๆคนที่เคยมาแล้วก็บอกว่าจุดชมวิวนี้คล้ายๆกับเกาะพีพีดอนอีกด้วย…

สถานที่เที่ยว

นอนชมดาวริมลำธารที่คลองลาน

Posted on

คลองลาน หรือ อุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในท้องที่
อ.คลองลาน และ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
ครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้าย
เนื้อที่ประมาณ 187,500 ไร่ หรือ 300 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารอันหลอมรวมลงสู่แม่น้ำปิง
แต่ด้วยที่สภาพภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติคลองลาน
มีลักษณะเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน แม้สภาพป่าจะอุดมสมบูรณ์
แต่ไม่ใคร่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากนัก
เนื่องจากมีเพียงน้ำตกและความสงบเป็นแลนด์มาร์ค
กระนั้นในทางกลับกัน
การไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวพี่น้องชาวไทย
ทำให้อุทยานแห่งชาติคลองลาน ยังอุดมสมบูรณ์แทบ 100%
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาดื่มด่ำกับธรรมชาติ
พร้อมปล่อยตัวและใจไปกับเสียงน้ำตก
โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกรกฎาคมลากยาวไปจนจบฤดูหนาว
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
คือสถานที่ต้องห้ามพลาดสำหรับพี่น้องชาวไทย
ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติหรือต้องการให้ธรรมชาติสัมผัส
เพื่อบำบัดตัวเองจากมลวะมากมายในปัจจุบัน
เพราะอย่างที่เราได้บอกไปว่าจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติคลองลาน คือ น้ำตก และ ผืนป่าอุดมสมบูรณ์
การเดินทางมาที่นี่จึงมีน้ำตกเป็นตัวชูโรง ทั้ง น้ำตกคลองลาน,
น้ำตกปางควาย หรือ น้ำตกเพชรจะขอ
กระนั้นนอกจากน้ำตกแล้ว อุทยานแห่งชาติคลองลาน
ก็มีอย่างอื่นที่น่าสนใจ ทั้ง แก่งเกาะร้อย, จุดชมวิวกิ่งงวง้าง หรือ
จะเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติก็ไม่ว่า
เลือกเอาตาสะดวกว่าจะลุยหรือนอนตีพุงอยู่ที่น้ำตก
เท่านั้นไม่พอ อุทยานแห่งชาติคลองลาน
ยังไม่พรรณไม้ต่างๆ ให้ได้ชมกันเป็นบุญตา ทั้ง ตะเคียนทอง,
ตะเคียนหิน, สมพงยมหอม, พะยอม, สมพิเภก, ประดู่, สัก, ตะแบก,
รกฟ้า, มะค่าโมง และ ไผ่นานาชนิด
เช่นเดียวกับสัตว์ป่าที่ อุทยานแห่งชาติคลองลาน
ซึ่งหากโชคดีอาจได้เจอสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง
นากใหญ่ขนเรียบ, ชะมดเช็ด, แมวป่า, เสือลายเมฆ, เสือดำ,
เสือโคร่ง, วัวแดง, กระทิง, เต่าหกดำ, กิ้งก่าบินคอแดง หรือ เขียดหลังปุ่มที่ราบ
ส่วนการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติคลองลาน
ก็ไม่ยากเย็นอะไร หากออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร
ก็มุ่งตรงผ่านนครสวรรค์ เข้าสู่กำแพงเพชร แล้วเบี่ยงไปคลองลาน
กินระยะทางประมาณ 346 กิโลเมตร เบ็ดเสร็จแล้ว 4 ชั่วโมงครึ่ง
สายรักธรรมชาติก็จะได้พบสวรรค์บนดินที่ตามหามาแสนนาน…

สถานที่เที่ยว

สูดโอโซน มองธรรมชาติ ที่ทองผาภูมิ

Posted on

อุทยานแห่งชาติ ชื่อนี้เข้ากันดีเหลือเกินกับแผ่นพักผ่อนของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย
ในฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวของทุกปี เพราะนอกจะได้รับโอโซนสดชื่นเต็มปอดแล้ว
บรรยากาศช่วงนี้ของทุกอุทยานมักจะสวยงามจะอดตื่นเต้นไม่ได้
และหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว
ย่อมหนีไม่พ้น ทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติที่เพิ่งได้รับการจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 ที่ผ่านมานี่เอง
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยเขย่งและเขาช้างเผือก
ในเขตท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี
จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,120 ตารางกิโลเมตร หรือ 700,000 ไร่
ซึ่งนอกจาก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
จะเป็นอุทยานที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเรื่องแอดแวนเจอร์แล้ว
สถานที่แห่งนี้ยังมีพืชพรรณธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์
จึงเหมาะสำหรับการเดินทางไปศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจ
โดยภายใน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
มีสถานที่ท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์คที่น่าสนใจมากมาย
อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวที่ ปิล๊อก
เมืองพรมแดนระหว่างไทย-พม่า
ที่ยังคงวัฒณธรรมของสองเชื้อชาติเอาไว้อย่างน่าสนใจ
สถานที่แรกที่เราจะแนะนำในการเดินทางไปยัง
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ คือ จุดชมทะเลหมอก
เป็นสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม บริเวณพื้นที่เนินกูดดอย-เนินช้างเผือก
รอบๆบริเวณจะอุดมไปด้วยไม้ประจำถิ่นและไม้หายากอีกหลายชนิด
เขาช้างเผือก
จัดเป็นหนึ่งในกิจกรรมเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล
มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร และต้องพักแรมบนเขา
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการเดินศึกษาธรรมชาติ
และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในภาคตะวันตก
น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ต้นน้ำแห่งนี้ไหลผ่านหมู่บ้านอีปู่
ถึงน้ำตกจ๊อกกระดิ่น มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร
ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะไหลพรั่งพรูสวยงาม
ช่วงฤดูร้อนสายน้ำก็ยังคงไหลอยู่ตลอดเวลา
เพราะแหล่งต้นน้ำเกิดจากเขาอีปู่ในเหมืองทังสเตน
ดอยต่องปะแล อีกหนึ่งจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
สามารถมองเห็นน้ำตกจ๊อกกระดิ่น, ชายแดนไทย-พม่าและหมู่บ้านอีต่อง
ที่สำคัญเป็นจุดชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็นที่สวยงามที่สุดใน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
บึงน้ำทิพย์
มีลักษณะเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่อยู่กลางหุบเขาหินปูน
ความใสของน้ำยามมองจากบนที่สูงเมื่อน้ำสะท้อนกับหน้าผาและต้นไม้
จะมองเห็นได้ชัดเจน เสมือนดังภาพวาดของจิตรกรขนาดใหญ่ที่ประดับไว้กลางป่าอย่างสวยงาม
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงสถานที่สำคัญเล็กๆ น้อยๆ
ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่กำลังรอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส
เพราะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณจะได้รับจากสถานที่แห่งนี้
โดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาวที่ ทองผาภูมิ เปรียบเสมือน“สวิสเมืองไทย”…

สถานที่เที่ยว

เที่ยววังน้ำเขียว ไม่ต้องง้อทัวร์สวิส

Posted on

วังน้ำเขียวอาจไม่ใช่สถานที่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครหลายคน
ซึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกคุ้นชิน เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก
พอยิ่งนานวันไปเลยพาลคิดว่าไม่ใช่สถานที่ที่น่าไปอีกแล้ว
เหมือนหมดมนต์ขลังไปโดยปริยายอย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ฤดูฝนเริ่มทำงาน วังน้ำเขียว
จะได้ฤกษ์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งด้วยระยะทางเพียง 224
กิโลเมตร จากเมืองหลวงของเรา กรุงเทพมหานคร กินเวลาแค่ 3 ชั่วโมงเศษ
ทริปท่องเที่ยวในหน้าฝนจึงควรมี วังน้ำเขียว รวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย
ในอดีตที่มาของชื่อ วังน้ำเขียว มาจากสภาพภูมิประเทศของที่นี่
เพราะพื้นที่ในแถบนี้มีวังน้ำที่ใสงดงามเป็นธรรมชาติ
ใสจนขนาดมองเห็นเงาสะท้อนสีเขียวของต้นไม้ จึงเรียกพื้นที่นี้ว่า
วังน้ำเขียว ติดปากกันมา
ส่วนสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของ วังน้ำเขียว
ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ลาดชัน
อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสัตว์ป่าหายาก
อาทิเช่น กระทิงฝูงสุดท้ายที่เขาแผงม้า หรือ
พญากระรอกสีดำที่สถานีวิจัยเขาสแกราช
นอกจากนี้ วังน้ำเขียว ยังมีน้ำตกสวยๆ
หลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉม อาทิเช่น น้ำตกคลองดินดำ,
น้ำตกขุนโจร, น้ำตกห้วยใหญ่ใต้ และ น้ำตกสวนห้อม เป็นต้น
ไม่นับพืชผักผลไม้ที่มีให้ได้ลิ้มรสตลอดทั้งปี
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ วังน้ำเขียว
จะได้รับการยกย่องให้เป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”
เพราะด้วยลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศที่มีอากาศที่เย็นสบายเ
กือบทั้งปี ฝนก็ชุก แถมมีหมอกมาก สมดังคำขวัญที่ว่า วังน้ำเขียว
เมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองหมอก
แม้ปัจจุบันจะมีเอกชนหลายรายเข้าไปหากินกับธรรมชาติที่วังน้ำเขียว
แต่มันต์เสน่ห์ของแดนสวรรค์เมืองหมอกก็มิได้หายไปไหน
แถมยังดูสมสมัยตามยุคตามวัย โดยเฉพาะแลนด์มาร์คหลักๆสำคัญๆ อาทิเช่น
ฟลอร่า พาร์ค : พื้นที่จัดแสดงพันธุ์ไม้กลางหุบเขาบนเนื้อที่69 ไร่
ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกพันธุ์ไม้ตามฤดูกาล
พร้อมรับโอโซนจากจุดชมวิว 360 องศา
และมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรเส้นทางฟลอร่า พาร์ค -ฟ้าประทานฟาร์ม
อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง :อ่างเก็บน้ำเลียบไปตามถนนที่วิ่งเชื่อมไปยังเขาใหญ่
มีทัศนียภาพที่สวยงามและถือว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สุดอีกจุดหนึ่ง
ปัจจุบันมีการสร้างถนนสำหรับปั่นจักรยานเพิ่มเติมด้วย
ผาเก็บตะวัน : ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น
นอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นสายหมอกยามเช้าได้ในช่วงฤดูฝน
อีกทั้งยังมีกิจกรรมปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธุ์พืชจากหนังสติ๊ก
รอวันงอกงามเติบโตในป่าใหญ่
โรงคั่วกาแฟ : เป็นทั้งร้านกาแฟ, ร้านอาหาร,
ศูนย์เรียนรู้โรงคั่วกาแฟ และศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟทุกขั้นตอน
ตั้งอยู่ริมบึงน้ำขนาดใหญ่ ท่ามกลางต้นไม้และทิวเขา
พร้อมพื้นที่นั่งแบบแพไม้ไผ่ยื่นไปกลางน้ำให้จิบกาแฟแบบชิลๆ
ทั้งหมดที่เอ่ยมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ
ที่คุณสามารถสัมผัสที่ได้ที่วังน้ำเขียว
และยังเหลืออีกหลายสถานที่ที่เราไม่ได้เอ่ยถึง
และรอให้คุณเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง
โดยเฉพาะหน้าฝนนี้ที่แดนสวรรค์เมืองหมอกพร้อมต้อนรับคุณมากที่สุด…

สถานที่เที่ยว

“น๊าน..บอกแล้วว่าคือดีย์”

Posted on

แน่นอนว่า จังหวัดน่าน เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่นักในประเทศไทย หรือ ในแถบภาคเหนือ แต่ขณะเดียวกัน จังหวัดน่าน แห่งนี้
ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เมื่อเต็มไปด้วยวัฒธรรมประเพณีที่หลากหลาย ,
ทะเลภูเขาที่เรียงกันสลับซับซ้อน และ ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุด
ที่สำคัญผู้เล่นคนที่นี่ยังน่ารัก และนี่คือ 3 จุดเช็คอิน ที่คุณต้องไม่พลาด
เพราะบอกแล้วว่า น๊านนนน.. คือดีย์
เริ่มจากกาแฟบ้านไทลื้อ เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ว่ากันว่า
ธรรมชาติและคูลมากที่สุด ตั้งอยู่ใน อำเภอปัว
นอกจากรสชาติกาแฟที่ยอดเยี่ยมแล้ว จุดเด่นของที่นี่
ยังล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ วิว สวยๆ และ ทุ่งหญ้าอันเขียวขจี
แถมมีสะพานให้ได้เดินชมทุ่งนาอีกด้วย เรียกได้ว่า เหมากับสายสโลโฟล์สุดๆ
ต่อมาเป็น ซุ้มลีลาวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เป็นหนึ่งในไฮไลต์หลักของจังหวัดน่าน ที่ยังมีอุโมงค์ลีลาวดี หรือ จำปาลาว
บริเวณถนนผากองตรงข้ามกับ วัดพระธาตุช้างค้ำใกล้กับวัดภูมินทร์
โดยจุดเด่นของที่นี่ คือการมีอุโมงค์ต้นไม้ ที่สามารถถ่ายรูปได้
ด้วยบรรยากาสโรแมนติค และ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก
อีกทั้งยังสามารถปั่นจักรยานเล่นได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยเสมอดาว
เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมอย่างมากเช่นกัน โดยจุดเด่นของที่นี่
คือเป็นที่รับชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า จากจุดนี้
สามารถรับชมวิวได้หลายๆทิศทาง ทั้งวิวทัศน์ของแม่น้ำน่าน ที่ทอดยาวหลายกิโลเมตร
หรือจะคอยยลโฉมของพระอาทิตย์ตกดินก็สวยอีกแบบ
ขณะเดียวกันนอกเหนือจาก ที่เราสาธยายและยกตัวอย่างมาแล้วนั้น
เราบอกได้เลยว่า สำหรับ จังหวัดเล็กๆแห่งนี้อย่าง น่าน นั้น
ยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกหลายที่ ที่รอให้คุณไปสัมผัสเอง
ดังนั้น ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปลองสักครั้ง…

สถานที่เที่ยว

เที่ยวชมวัดประวัติศาสตร์ ที่กำแพงเพชร

Posted on

เที่ยวกำแพงเพชรไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศคำนี้ใช้ได้จริงนะครับ
สถานที่ท่องเที่ยวกำแพงเพชรเราแพ้ใครซะที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขา ทะเลหมอก
น้ำตก เมืองโบราณ แหล่งโบราณวัตถุ โบราณสถาน
ที่ยังรอการไปเยือนอีกหลายที่มีให้เลือกเยอะแยะ
กระทู้นี้ผมจะหยิบซิกเนอเจอร์การเดินทางเที่ยวชมโบราณสถานของกำแพงเพชร
พร้อมแล้วก็ออกเดินทางเต็ดเตร่ สะพายเป้ ไปเท่ห์ๆ พร้อมกันเลย
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชร ไม่ไกลจากจังหวัดสุโขทัยเท่าใดนัก
ลักษณะของศิลปะและสถาปัตยกรรมในอุทยานแห่งนี้เป็นศิลปะแบบเดียวกับที่ปรากฏในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
มีโบราณสถานที่สวยงามและขนาดใหญ่มากมาย
หลายแห่งในอดีตเมืองกำแพงเพชรถือเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534
องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
วัดช้างรอบ
เรียกว่าวัดนี้เป็นซิกเนเจอร์ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเลยก็ว่าได้
แต่อย่าสับสนกันนะครับ วัดช้างรอบอยู่ที่กำแพงเพชร
วัดช้างล้อมอยู่สุโขทัยนะครับ กรุวัดช้างรอบก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กรุทุ่งเศรษฐีนะครับ
ที่ฮิตๆกันพระซุ้มกอกรุทุ่งเศรษฐี บอกเลยว่ากรุช้างรอบก็ดังไม่แพ้กัน
วัดช้างรอบมีพระเจดีย์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน ฐานเจดีย์กว้าง 31 เมตร
รูปสี่เหลี่ยมที่ฐานเป็นรูปช้างครึ่งตัวเห็นแต่ 2 ขาหน้า
หันศีรษะออกจากฐานรายรอบเจดีย์ เป็นช้างทรงเครื่องจำนวน 68 เชือก
ระหว่างช้างมีลายปูนปั้นเป็นรูปใบโพธิ์
กับมีรอยตั้งรูปยักษ์และนางรำติดอยู่แต่ชำรุดหัก เห็นไม่สมบูรณ์
ทางขึ้นไปบนฐานทักษิณมีบันไดสี่ด้าน ตรงเชิงบันไดมีรูปสิงห์หักอยู่ที่ฐาน
ฐานเจดีย์จากพื้นดินถึงลานทักษิณชั้นบนสูงประมาณ 7 เมตร
กลางลานมีเจดีย์ฐานเขียงแปดเหลี่ยมฐานกว้างประมาณ 20 เมตร
ลักษณะเป็นเจดีย์แบบลังกายอดหัก ด้านหน้าฐานเจดีย์เป็นวิหารใหญ่ กว้าง 17เมตร
ยาว 34 เมตร ฐานสูงประมาณ 1.5 เมตร วิหารเป็นเสา 4 แถว 7 ห้อง
ตอนไปเที่ยวสุโขทัยและศรีสัชนาลัย
ก็เลยแวะกำแพงเพชรด้วยเพราะเป็นมรดกโลกเหมือนกัน ประทับใจมากครับ
โดยเฉพาะวัดช้างล้อมที่นี่ใหญ่และช้างสวยที่สุดแล้วครับ…

สถานที่เที่ยว

เที่ยวจันทบุรีเมืองที่หลงไหล

Posted on

จังหวัดที่น่าท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่งของเมืองไทย จะบอกว่า จันทบุรี คือเมืองที่น่าไปเที่ยวอย่างมากเพราะว่ามีทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็น น้ำตก ทะเล
เเละของกินมากมาย เเละมาดูว่าไปจันทบุรีเเล้วจะต้องไปที่ไหนกันบ้าง
ที่เเรกเลยต้องไปคือชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นที่ถ่ายรูปสวยก็ต้องที่นี่
ชุมชนริมน้ำจันทบูร ที่ถือเป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำ
ที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวจีนและญวณอพยพ
โดยสะท้อนผ่านทางอาคารเก่าแก่ที่มีลวดลายสวยงามให้ได้ชม นอกจากนี้ ที่นี่
ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พักจันทบุรีสุดเก๋ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมเยียน
ถ่ายรูปกันสวยๆ กันอีก
ต่อมาคือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสินธินิริมล เดินมาเรื่อยๆ
ในบริเวณชุมชนริมน้ำจันทรบูร คุณจะพบกับ
โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า 100 ปีชื่อว่า
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสินธินิริมล
โดยที่นี่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิก
ประดับกระจกรอบโบสถ์ได้อย่างสวยงาม
ภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีอาประดับพลอย สวยทั้งภายนอก
แถมบรรยากาศก็เงียบสงบ
ไปเที่ยวทะเลกันบ้าง หาดเจ้าหลาว สำหรับการพักผ่อน
บรรยากาศติดชายทะเลที่จันทบุรี ก็คงต้องยกให้หาดเจ้าหลาว
ชายหาดยอดนิยมของจันทบุรี ที่นี่เป็นที่ตั้งของร้านอาหารทะเล
โรงแรมและรีสอร์ทจันทบุรีจำนวนมากที่มีบรรยากาศดี มีความเป็นส่วนตัว
ใครอยากมาพักผ่อน ต้องลองเปิดโอกาสให้ที่นี่กันดู รวมถึง หาดแหลมสิงห์
เป็นอีกหนึ่งชายหาดขึ้นชื่อ ที่ถือเป็นที่เที่ยวจันทบุรีที่น่าสนใจ เราขอยกให้หาดแหลมสิงห์
มาอีกที่คือ จุดชมวิวเนินนางพญา ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่เที่ยวจันทบุรีที่เป็น
Dream Destination มีวิวทิวทัศน์สุดยอด จุดชมวิวเนินนางพญา
ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เป็นโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
ที่เชื่อมจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีระยะทางรวมกว่าร้อยกิโลเมตร
โดยที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อของเมืองจันทบุรี
มีพิกัดยอดฮิตคือจุดชมวิวเนินนางพญา
มองเห็นวิวทะเลและถนนที่คดโค้งเป็นไฮไลท์ที่ต้องไปแชะให้ได้
เเละยังมี อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎ ในช่วงเดือนมกราคม — มีนาคม ของทุกปี
หลายๆ คนคงจะต้องมาที่จันทบุรี เพื่อมาที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ
ที่ประดิษฐานยอดเขาพระบาท
ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานพระพุทธศาสนา
เพื่อมานมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทที่จัดเป็นประจำทุกปี
โดยมีผู้ที่ศรัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
เเละมาเที่ยวน้ำตกคือ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
สำหรับสายลุยชอบเที่ยวชมธรรมชาติก็ต้องที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
น้ำตกชื่อดังในจันทบุรี น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม น้ำใสไหลเย็นตลอดปี
โดยที่นี่มีปลาพลวงหิน ที่นักท่องเที่ยวชอบซื้อถั่วฝักยาวมาให้อาหารกินกัน
นอกจากนี้ บริเวณน้ำตกยังเป็นที่ตั้งของอลงกรณ์เจดีย์
เจดีย์สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5
และอนุสรณ์สถานทรงปิรามิด อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ ที่รัชกาลที่ 5
สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความรักที่มีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ (พระนางเรือล่ม)
อัครมเหสีองค์แรกอีกด้วย
เเละที่ขาดไม่ได้คือมาเที่ยว สวนผลไม้ มาเที่ยวจันทบุรีในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ที่เรียกได้ว่าเป็นฤดูผลไม้ ก็ต้องมาเยือนที่สวนผลไม้ต่างๆ
ซึ่งสายกินต้องห้ามพลาดเลยทั้ง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ ระกำ และอื่นๆ
ที่ชาวสวนจะเปิดสวนให้ชิมกันแบบไม่อั้นในราคาบุฟเฟ่ต์
ต้องบอกว่ามาจังหวัดจันทบุรีเเล้วต้องมีความสุขเเน่นอนเพราะมีทุกสิ่งที่ต้องการจริงๆ…

สถานที่เที่ยว

สถานที่เที่ยวแห่งสงขลา “เมืองสองเลแห่งแดนใต้”

Posted on

เริ่มจาก ย่านเมืองเก่า สงขลา ว่ากันว่า
สถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่เก่าแก่มาทกี่สุด
ตั้งอยู่บริเวณเขตอำเภอเมือง มีถนนสายสำคัญ ที่น่าเดินเที่ยว 3 สาย ไล่ตั้งแต่
ถนนนครนอก , ถนนนางาม และ ถนนนครใน โดยจุดเด่นของที่นี่ คือภาพ Street
Art ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหล ด้วยการเพลิดเพลินกับการเดินถ่ายรูป
ที่สำคัญ ยังออกลีลาได้แบบเต็มเหนียว และ ปลดปล่อยความรู้สึกได้เต็มที่
ขณะเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยธรรมที่งดงาม
สะท้อนความเป็นมาของคนชาวสงขลา ทั้งห้องแถวไม้แบบจีน และ
ตึกคลาสสิกสไตล์ชิโน-โปรตุกีสต่อมาเป็น บ้านรำแดง ตั้งอยู่บริเวณอำเภอสิงหนคร
เป็นหนึ่งในชุมชนที่น่าค้นหา
เนื่องจากเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีความสัมพันธ์ระหว่างต้นตาลโตนด ต้นไฟ และ
คนที่ร่วมกับสืบสานเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น จนก่อให้เกิดรายได้
โดยนักท่องเที่ยว สามารถเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ทั้งหมดด้วยกัน
7 ฐาน อาทิ ฐานการบริหารงานขององค์การบริการส่วนตำบลรำแดง,
วิถีตาลโตนด, ครัวรำแดง, วัดป่าขวาง, หัตถกรรมพื้นบ้าน, เศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งผลิตปอเทือ
ปิดท้ายกันที่ วัดท้ายยอ ว่ากันว่า นอกจากเป็นวัดคู่เมืองชาวสงขลาแล้ว
ยังเป็นวันเก่าแก่ที่สุดแห่งนี้ ที่มีอายุเกินกว่า 200 ปี จุดเด่นของที่นี่
คือมีความสวยงาม ทางด้านสถาปัตยธรรม ของ กุฏิเรือนไทยปั้นหยา และ
ยังมีเอกลักษณ์ในแง่การใช้กระเบื้องเดินเผาเกาะยอ รวมถึง
กระเบื้องลอนลักษณะเก่า แถมยังมีโบราณสถานและวัตถุต่างๆ ที่น่าสนใจด้วย…

สถานที่เที่ยว

ล่องเรือกินปลาน้ำโขงที่บึงกาฬ

Posted on

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศถือว่าเป็นที่รับได้ความนิยมสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่เช่นเดียวกับ บึงกาฬ จังหวัด 77
ของประเทศไทยที่กำลังเป็นจุดที่น่าสนทั้งการท่องเดียวเชิงชีวภาพที่เน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยกให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยการเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตในระแบบนิเวศ ชุมชน ประเพณี และ วัฒนธรรม
ซึ่งบึงกาฬถือเป็นจุดที่ดึงดูดการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่มีความเก่าแก่แม้จะเพิ่งถูกยกให้กลายเป็นจังหวัดน้องใหม่
การท่องเที่ยวขึ้นชื่อว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตนักท่องเที่ยวจึงสัมผัสกับการผจญภัยควบคู่กับการสำรวจธรรมชาติ
ทั้งการดำรงชีวิตในแถบลุ่มน้ำโขง
ตามลอยวัฒนธรรมเกี่ยวกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับพญานาค หรือแม้กระทั่งประเพณีแข่งเรือยาวที่ บึงกาฬ
ซึ่งถือเป็นประเพณีเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด
ตลอดจนการดำรงชีวิตของผู้น้องชาวแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ
และมีลักษะเป็นแผ่นดินที่สามารถเดินไปท่องเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแหล่งท่องแถวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและเรียนรู้ตลอดปีอีกด้วย
แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตของบึงกาฬปัจจุบันหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีการหมุนเวียนผลัดกันท่องเที่ยวในพื้นที่หลายจังหวัดตามฤดูกาลการท่องเที่ยว
เชิงนิเวศได้รับความนิยมอย่างสูงไม่ใช่ในไทยหลายประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากสดคล้องกับกระแสอนุรักษณ์นิยม
อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ
และทำให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในแถบลุ่มน้ำโขงเช่น
เดียวกับบึงกาฬให้สนใจการอนุรักษ์รวมทั้งปลุกจิตสำนึกในการซึ่งที่ผ่านมา
การกระทำนั้นสวนทางกันมากเพราะหากมีแหล่งท่องเที่ยวเกิดใหม่นั้นอาจจะทำให้ระแบบนิเวศแถบนั้นดูเสื่อมโทรมกันเข้าไป
ขณะการออกมาท่องเที่ยวที่ บึงกาฬ
ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดูแข็งแกร่งเพราะรายได้ส่วนหลักของชาวแทบลุ่มน้ำโขงนั้นล้วนมาจากการทำไร่นา ออกเรือแล่นหาปลา
และยังถือว่าหากมาเที่ยวนี่แล้วชาวบ้านยังจะมีรายได้เข้ากระเป๋าและยังได้เรียนรู้จากปากคนทำแหล่งธรรมชาติที่แท้จริงอีกด้วย…