Uncategorized

3 ที่เที่ยวเมืองพัทยาอันเป็นแลนมาร์คใหม่ของที่นี่

Posted on
ท่องเที่ยว

ก่อนหน้านี้เราพาคุณไปชม 3
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพัทยาที่เป็นธรรมชาติมาแล้วคราวนี้เราขอพ่คุณไปดูกันต่อกับที่เที่ยวเด็ดๆที่หาก
มาพัทยาก็ไม่ควรจะแวะไปในสถานที่เหล่านี้
ฟรอสต์ เมจิคคัล ไอซ์ ออฟ สยาม
เริ่มกันที่แรกกับฟรอสต์ เมจิคคัล ไอซ์ ออฟ สยาม
โดยที่นี่จะทำให้คัณได้ติ่นตากับความยิ่งใหญ่ของประติมากรน้ำแข็งต่างๆที่กระจายกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้
โดยภายในจะมีอุณหภูมิที่เย็นมากๆจนเทียบเท่ากับการอยู่ขั้วโลกเหนือเลยทีเดียว ซึ่งอากาศอยู่ที่ -10
องศาเซลเซียส
โดยเมื่อเข้าไปด้านในคุณจะต้อิงสวมเสื้อโคทที่ทางร้านจัดเอาไว้ให้เพราะด้านในนั้นมีความหนาวเย็นมา
กจริงๆ แต่ที่เป็นไฮไลท์ของฟรอสต์ เมจิคคัล ไอซ์ ออฟ
สยามนั่นคือประติมากรน้ำแข็งที่ถูกยกนำมาจัดแสดงไว้ภายใน ซึ่งเกือบทุกชิ้นช้วนมาจากฝีมือคนไทย
ส่วนใครที่หิวง่ายกลัวเข้าไปแล้วไม่มีอะไรทานที่นี่เขาก็มีบาร์เปิดให้บริการด้านในอีกด้วย
และหากเมื่อเข้าไปนอกจากจะมีบาร์เครื่องดื่มให้บริการแล้วยังทีการประดับตกแต่งมากมายภายใน
ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกผลิตมาจากน้ำแข็งทั้งสิ้น
รับเบอร์แลนด์
ที่นี่ถือเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ และเปิดบริการเมื่อไม่นานมานี้
แต่ก็มีนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปแวะเวียนอยู่เสมอ
แน่นอนว่าชื่อรับเบอร์แลนด์พระเอกของงานก็ต้องยกให้กับยางที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างผล
งานที่ใช้จัดแสดงโชว์อยู่ด้านในนั่นเอง
ซึ่งยางที่นำมาใช้ก็เป็นยางที่มาจากยางพาราจนทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งยางพาราของไทยเลย
ทีเดียว
แต่เดิมทีต้องบอกว่ารับเบอร์แลนด์คือแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่สามารถเดินไปพร้อมเติบความรู้ไปได้ด้วยใ
นตัว ส่วนประติมากรส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนำยางมาดัดเป็นรูปต่างๆให้ดูสวยงามหรือมีความหมาย
เมืองจำลองสยาม
สำหรับเมืองจำลองสยามถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่คู่เมืองพัทยามาอย่างยาวนาน
และถึงแม้มันจะเปิดบริการมาเป็นระยะเวลานาน
แต่ก็ยังมีทัวร์ชาวต่างชาติมักเลือกจะมาเที่ยวที่นี่หลายคนเลยทีเดียว
ส่วนเหตุผลที่มันยังคงเป็นนิยมในปัจจุบันนั่นเพราะเมืองจำลองสยามได้ยกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวหรือแห
ล่งสำคัญทางประวัติศาสต์มาเก็บรวบรวมไว้ในที่แห่งนี้นั่นเอง
และไม่ใช่แค่มีสถานที่สำคัญในเมืองไทยเท่านั้นหากแต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นของต่างประเทศได้อีก
ด้วย โดยพื้นที่จัดแสดงโชว์ต่างๆได้รับการออกแบบ
และแบ่งจัดสรรค์ปันส่วนพื้นที่ได้เป็นอย่างดีทำให้นักท่องเที่ยวเลือกดูได้ง่ายว่าจะถ่ายเอาไปลงช่องอะไร
นั่นเอง…

Uncategorized

ท่องเที่ยว_เจ๊อิ๊ดริมน้ำ ร้านที่ต้องห้าม(พลาด) เมื่อไปเที่ยวเมืองจันท์

Posted on
ท่องเที่ยว

จังหวัดจันทุบรี ถือว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกล จากกรุงเทพมากนัก เดินทางด้วยรถยนต์ก็ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
เปนจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรรมชาติค่อนข้างครบทั้ง ทะเล, ภูเขา, น้ำตก
แถมยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินทั้งอาหารทะเล และผลไม้ รวมไปถึงอาหารพื้นบ้านของพี่น้องชาวภาคตะวันออก
ซึ่งทำให้จังหวัดนี้ดึงดูดให้คนมาเที่ยวมากมาย และหากว่าได้ไปเยือนเมืองเก่า
ริมน้ำจันทบูรณ์ก็บอกเลยว่าห้ามพลาดที่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเจ๊อิ๊ดริมน้ำ ที่รถชาติจัดจ้านถึงใจแถมยังมี
ทีเด็ดที่อาหารทะเลสดๆ เป็นเครื่องเคียงบอกเลยว่าใครไม่มาถึงว่าพลาดอย่างแรง
ก๋วยเตี๋ยวเจ๊อี๊ด เป็นร้านห้องแถวห้องเดียว อยู่ถนนตรงชุมชนริมน้ำจันทบูร ใกล้กับทางที่จะเดินไปยังตลาดพลอย
และโบสถ์คาทอลิก ร้านเจ๊อี๊ดเปิดมานานหลายสิบปี จึงมีลูกค้าแน่นตลอด โดยเฉพาะช่วงเที่ยง คนค่อนข้างเยอะ
อาจต้องรอนานหน่อย เมื่อมาถึงร้านเจ๊อี๊ด
ด้านหน้าร้านจะเห็นหม้อก๋วยเตี๋ยวรวมถึงเครื่องประกอบการปรุงก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ทางเข้า ส่วนด้านในจะเป็นโต๊ะนั่งแบบธรรมดา
มีเพียงไม่กี่โต๊ะ เมนูอาหารสามารถดูได้จากแผ่นป้ายเมนูขนาดใหญ่ที่ติดไว้ตรงข้างฝา
พิกัดร้านเจ๊อี๊ดหาไม่ยาก อยู่ใกล้ๆ กับแลนด์มาร์คสำคัญ โบสถ์คริสต์เก่าแก่คู่เมืองจันท์
“อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล” แค่เดินข้ามสะพานมาฝั่งย่านเก่าริมน้ำจันทบูร
เลี้ยวซ้ายไปไม่กี่ก้าวก็ถึงความเด็ดดวงของร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ที่ทำให้คนแน่นร้านตลอด อยู่ที่เนื้อปู เนื้อกั้งทะเลสดๆ
ที่จัดเต็มมาในชาม ก๋วยเตี๋ยวทะเลต้มยำที่นี่ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาท 70 บาท ไปจนถึงแพงสุด 100 บาท
นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าทะเล ข้าวหน้าปู ไข่ปู กินคู่กับน้ำจิ้มพริกเกลือรสแซ่บ ส่วนใครที่อยากกินกรรเชียงปู ก้ามปู
กั้งทะเลล้วนๆ แบบเนื้อเน้นๆ เจ๊อี้ดยินดีจัดเต็มเมนูลวกจิ้มให้กินอย่างจุใจในราคาจานละ 200 บาท
จุดขายของร้านอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ทุกวัน แหล่งใหญ่ๆ มาจากย่านประมงพื้นบ้าน “ตะกาดเง้า”
อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เมนูยอดฮิตของที่ร้านคือ “ต้มยำจ้าวสมุทร” หรือก๋วยเตี๋ยวทะเลรวมมิตร…

Uncategorized

3 ที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ของไต้หวันที่ต้องไปสักครั้ง

Posted on
ท่องเที่ยว

หากจะมองว่าสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศสักที่หนึ่งไต้หวันถือเป็นหนึ่งในคำตอบที่จะทำให้คุณได้เต็
มอิ่มกับการพักผ่อน
และทำให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจในการมาเที่ยวที่นี่เพราะถือเป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นญี่ปุ่นสองแถมราคายังถูก
แสนถูก เพราะค่าเงินไม่ต่างจากไทยสักเท่าไหร่ทำให้สามารถช็อป ชิม ชิล
ได้แบบสบายๆไม่ต้องกังวลเรื่องเงินให้ปวดหัว ฉะนั้นในวันนี้เราจึงขอนำ 3
สถานที่น่าเที่ยวในต้หวันที่หากมีโอกาสไปที่นี่ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปชิมบรรยากาศเดินเที่ยวที่นี่
หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของไต้หวันเลนทีเดียวกับ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
เพราะเต็มไปด้วยความสวยงามใครที่เป็นสายชื่นชอบการถ่ายภาพก็ไม่ควรพลาดแวะมาเยี่ยมเยียนที่แห่ง
นี้ด้วยประการทั้งปวง
โดยหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่นคือหมู่บ้านที่มีอายุเก่าแก่เกือบร้อยปีที่เต็มไปด้วยชนชั้งสูงในอดีตจึงทำให้ที่แห่
งนี้มีความหรูหราสวยงามบางบ้านเป็นบ้านที่สืบทอดจากต้นตระกูลดังมาอย่างยาวนานจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลา
นกันเลยทีเดียว สำหรับ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น นั้นตั้งอยู่บนเนินเข้สสูง
และหันหน้าเข้าหาด้านที่มีทะเลนอกเหนือจากนี้ยังถือเป็นหมู่บ้านที่เป็นแหล่งทำเหมืองแร่ทองคำในสมัยก่
อนจึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านเรือนมีความสวยงาม และใหญ่โตอย่างที่เห็น
โดยบ้านหลังต่างๆเต็มไปด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงตัวตนของคนที่นี่ที่สำคัญด้วยความที่ตั้งอยู่
บนเนินเขาทำให้อากาศดีแบบสุดๆนอกเหนือจากนี้ในยามค่ำคืนก็ยิ่งสวยงามมากขึ้นจากไฟที่ประดับประ
ดาตามบ้านเรือนในแต่ละหลังอีกด้วย
พิพิธภัณท์พระราชวังกู้กง
ต่อมายังคงอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยความสวยงาม และมีอายุยาวนานกับ
พิพิธภัณท์พระราชวังกู้กง แน่นอนว่าเมื่อขึ้นชื่อพระราชวังสิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความหรูหรา และใหญ่โต
โดยที่แห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่โตอย่างมากเลยทีเดียวพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดยรอ
บ และตั้งอยู่บนหุบเขาที่อากาศดีตลอดปี
ซึ่งรูปแบบการดีไซน์ของพระราชวังแห่งนี้เป็นแบบพระราชวังจีนโบราณ
โดยด้านในเปิดให้เข้าชมเป็นบางห้องแถมยังมีการจัดแสดงโบราณวัตถุในยุคสมัยก่อนมากมายที่สามารถ
หาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน ซึ่งจำนวนวัตถุดังกล่าวนั้นมีมากถึง 700000 ชิ้น เลยทีเดียว
อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก
ที่สุดท้ายที่เรานำมาฝากกันยังคงเป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และเรื่องราวมากมายกับ
อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก บุคคลสำคัญผู้มีชื่อเสียงของเวียดนาม
โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไต้หวันที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1976
เพื่อเป็นสิ่งที่รำลึกถึงประธานาธิบดีเจียง ไคเช็ก ผู้ยิ่งใหญ่ โดยหลังคาเป็นทรง 8 เหลี่ยม
ซึงถือเป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณตั้งโดดเด่นเป็นสง่า…

Uncategorized

เที่ยว แหลมพรมเทพ จังหวัดภูเก็ต

Posted on
ท่องเที่ยว

แหลมพรมเทพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่จังหวัดภูเก็ต
ที่สวยที่สุดในประเทศไทย เลยทีเดียว หากใครมาเยือนภูเก็ตแล้วไม่ได้มาที่นี่ ถือว่าพลาดอย่างเรงบอกเลย
แหลมพรมเทพ นั้นได้ถูกการยอมรับว่าเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตก ที่งดงามที่สุดในประเทศไทยเรา
และยังเป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย ซึ่งแหลมพรมเทพตั้งอยู่ไม่ห่างจาก หาดราไวย์ เท่าไหร่นัก
ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร และเป็นแหลมที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุด ของเกาะภูเก็ต
คนในพื้นที่ส่วนใหญ่มักจะเรียกกันติดปากว่า แหลมเจ้า เนื่องจากมีรูปร่างหน้าตาที่ แหลมโค้ง เป็นชั้นๆค่อยๆไล่ระดับลงมา
ไหลยาวจนไปสู่ท้องทะเล ละมีต้นตาลหลายสิบต้นรายล้อมอยู่ข้างๆ
ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถค่อยๆเดินลงไปตามทางได้ แต่ต้องเดินอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากทางเดินบางส่วนมีพื้นที่ค่อนข้างขรุขระ ซึ่งเมื่อเดินลงไปแล้ว ท่านจะได้สัมผัสกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต
และยังสามารถมองเห็นเกาะแก้ว ได้ซึ่งเกาะแก้วนั้นจะตั้งอยู่ด้านหน้าของเราเลย ถ้าหากว่าเดินลงไปถึงตีนเขาแล้ว
หากมองด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในระยะที่สายตาเกือบมองไม่เห็นเป็นหาดเล็กๆ ส่วนทางด้านขวาจะมองเห็นหาดหาน
และทรายสีขาวสะอาดค่อนข้างชัดซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนมาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ว่าจะพักค้างคืนที่ไหนพอช่วง 6 โมง
ก็จะพากันแห่มาดูพระอาทิตย์ลูกโตๆที่กำลังจะละสายตาไป กับแสงสีทองอร่าม และวิวสวยๆ
หลายคนไม่พลาดที่จะยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่ อย่างสวยงาม ที่แหลมพรมเทพ นั้นเอง…

Uncategorized

เดอะ เนเวอร์ เอ็นดิ้ง ซัมเมอร์ (The Never Ending Summer)

Posted on
ท่องเที่ยว

จากโกดังโรงงานเก่าริมแม่นำ้เจ้าพระยาย่านคลองสาน ที่ปิดตัวลงกว่า 40 ปี พลิกฟื้นแปลงโฉมเป็นออฟฟิตสวยสุดชิค
ของคุณดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ในบริเวณนี้ถูกเรียกว่า The Jam Factory ที่รวมร้านอาหาร คาเฟ่
โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์และร้านหนังสือ เข้าไว้ด้วยกัน
โดยมีสนามหญ้าสีเขียวอยู่ตรงกลาง ส่วนในตัวร้าน The Never Ending Summer ภายใต้การดูแลของ คุณนรี บุณยเกียรติ
นั้นก็ถูกตกแต่งใหม่โดยให้ยังคงเค้าเดิมของโกดังเอาไว้บริเวณผนังร้านและโครงสร้างหลังคา
ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์ทันสมัย กลายเป็นร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีสไตล์ และเท่ห์มากๆ
โดยมีคอนเซ็ปป์ตามชื่อร้านคือ ต้องการให้รู้สึกถึงความเป็นฤดูร้อนอยู่ตลอดทั้งปี
ส่วนเมนูอาหารนั้นเป็นอาหารไทยที่ปัจจุบันหาทานได้ยากแล้ว เช่น น้ำพริกลงเรือ-หมูหวานไข่เค็ม, แกงส้มดอกแคกุ้งสด,
ปลาแห้งแตงโม ซึ่งนอกจากจะมีการตบแต่งพร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้าอย่างสวยงาม
ในเรื่องรสชาติก็ถือว่าอร่อยมากๆ และสะอาดสุดๆ ส่วนการเดินทาง ถ้าขับรถมา : ขับตามถนนเจริญนคร
มาจนถึงสามแยกถนนลาดหญ้า (ด้านหน้าคือโรงพยาบาลตากสิน) ให้เลี้ยวขวาแล้วกลับรถที่สุดถนน
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก ข้ามสะพานเล็กๆ เข้าไป บอกคนที่มาเปิดประตูว่ามาร้านอาหาร ไม่ได้ขับรถ :
ขึ้นเรือข้ามฟากที่สถานี BTS สะพานตากสิน มาลงที่ท่าเรือคลองสาน เลี้ยวขวาตรงมาเรื่อยๆ จนเจอตลาดคลองสานพลาซ่า
เดินตรงผ่านเข้าไปในตลาดเรื่อยๆ จนเจอซอยซ้ายมือ (สังเกตร้าน Watsons) ให้เลี้ยวซ้ายเข้ามา แล้วจะเจอ The Jam Factory
ตั้งอยู่ด้านขวามือ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่
ที่อยู่ : ในโครงการ The Jam Factory 41/5 ถ.เจริญนคร คลองสาน กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด : จันทร์ 17.00-23.00 น, อังคาร-อาทิตย์ 11.00-15.00 น. และ 17.00-23.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 02-861-0953…

Uncategorized

4 ฤดู ที่ “ฮ่องกง” เที่ยวช่วงไหนดี

Posted on
ท่องเที่ยว

“ฮ่องกง” สาวๆหลายคนคงเคยชินกับชื่อนี้ เพราะว่า ฮ่องกง ถือได้ว่าเป็นอีกสวรรค์ของนักบรรดาชอปปิ้งทั้งหลาย
ที่ไม่ว่าใครก็ติดใจ
แต่ไปช่วงไหน ฤดูไหน ดีที่จะไม่ผิดหวัง หากใครกำลังมีแผนเที่ยวฮ่องกงแต่ไม่รู้ว่จะไปช่วงไหน ไม่รู้ข้อมูลเลย
อย่างแรกเลยเราต้องรู้เรื่องสภาพอากาศก่อน เพราะสภาพอากาศกับการบินเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะหากเราไม่รู้ว่าสภาพอากาศบ้านเขาเป็นยังไงเมื่อคุณเดินทางไปคุณอาจไม่สมหวังกับสิ่งที่คุณต้องการ ฮ่องกง
กับประเทศไทยมีอะไรที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องของ ฤดู
โดยประเทศไทยบ้านเราจะมีเพียง 3 ฤดู แต่หากเทียบกับฮ่องกงแล้วบ้านเราถือว่าน้อยกว่า เนื่องจาก ฮ่องกง มีท้ังหมด 4 ฤดู
ส่วนจะมีฤดูไหนกันบ้างนั้นไปดูกันเลย
1.ฤดูร้อน
ฤดูร้อนที่ฮ่องกงจะมีเริ่มต้นขึ้นในเดือน มิถุนายน-สิงหาคม โดยอุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 26-32 องศาเซลเซียส
ถือได้ว่าอากาศค่อนข้างร้อนเหมือนบ้านเราแต่แปลกคือฤดูร้อนที่ฮ่องกงจะมีฝนตกค่อนข้างบ่อยนั่นเอง
อย่างนั้นแล้วหากใครที่กำลังจะเดินทางมาเที่ยวฮ่องกงช่วงนี้ อุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมอย่างน้อยๆนั้นคือ ร่มกันแดด กันฝน
หรือเสื้อกันฝน เป็นต้น หรือว่าใครขี้เกียจเตรียมมาก็สามารถมาเลือกซื้อได้ที่นี่ มีให้ช็อปกันมากมายเลยทีเดียว
2.ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงที่ฮ่องกงจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน กันยายน-ปลายเดือน พฤศจิกายน เรียกได้ว่าอากาศในฤดูใบไม้ร่วงที่ฮ่องกง
ค่อนข้างดีเลยทีเดียว อากาศจะอยู่ที่ราวๆ 20-28 องศา ไม่ถือว่าหนาวมาก ไม่ร้อนมาก
ด้วยบรรยากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกันเยอะมากๆ
3.ฤดูหนาว
ฤดูหนาวที่ฮ่องกงจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน ธันวาคม-กุมพาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 11-19 องศาเซลเซียส
ในฤดูนี้ที่ฮ่องกงถือได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เหมาะกับการพาแฟนบินมากุ๊กกิ๊กกันเลยทีเดียว
โรแมนติกสุดๆ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นคือเครื่องกันหนาว ไม่ว่าจะเป็น ผ้าพันคอ เสื้อแขนยาว หมวก ถุงมือ ถุงเท้าเป็นต้น
4.ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่สดใจของฮ่องกง ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 15-25
องศาเซลเซียส แต่จะมีฝนบ้างเล็กน้อยๆใครที่จะมาเที่ยวในช่วงนี้ควรจะเตรียมผ้าพันคอ และเสื้อกันหนาว
และเตรียมถุงมือ ถุงเท้ามาเผื่อไว้ก็ดีเหมือนกัน
จบไปกันแล้วกับ 4 ฤดูที่ฮ่องกง นี้เป็นความรู้คร่าวๆที่จะทำให้คุณเที่ยวได้อย่างแฮปปี้…