ร้านอาหาร

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง

Posted on

เมื่อพูดถึง บัว หลายคนคงคิดถึงแต่ ดอกบัว ที่นำไปไหวพระ
แต่จริงๆ แล้ว “บัว” นั้นมีประโยชน์มากมาย
เรียกได้ว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่รากยันปลายดอกเลยทีเดียว
แถมผลงานวิจัยจากต่างประเทศยังระบุว่า บัวมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย
ไล่ตั้งแต่ กลีบบัว ที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ห้ามเลือด
อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ส่วน เมล็ด หรือ เม็ดบัว ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้นอนหลับดี และแก้ไข้ ขณะที่ เกสรบัว
เป็นยาสมานแผลในร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ปิดท้ายที่
ดีบัว ช่วยขยายหลอดเลือดในหัวใจ
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ชาวไทยจะนิยมนำ บัวมารับประทานเป็นอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ
โดยเฉพาะเมนูสุดเก๋ไก๋อย่าง “เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง”
ที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากสมุนไพรหลากหลายชนิดในเมนูอาหารไทยโบราณชนิดนี้
ส่วนขั้นตอนการทำ “เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง”
ก็ไม่ยากเย็นอะไร เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบในการทำน้ำเมี่ยงคำ
กอปรด้วย น้ำตาลปีบ 2 ถ้วย, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำสะอาด ½
ถ้วย, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, รากผักชี 1 ช้อนชา และ ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา
โดยวิธีปรุงน้ำเมี่ยงคำ
เริ่มจากนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในหม้อ แล้วตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆ
จนได้น้ำเมี่ยงคำที่เข้มข้น
ซึ่งเคล็ดลับในการประหยัดเวลาคือการเร่งไฟให้แรง
จากนั้นใช้ทัพพีคน แล้วจึงผ่อนไฟลง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆรับรองไม่เปลืองเวลา
ขยับมาที่เครื่องเคียงในเมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง ไล่ตั้งแต่
หัวหอมแดง, ขิง, มะนาว, พริกขี้หนู, ถั่วลิสง, กุ้งแห้ง
และที่ขาดไม่ได้คือ กลีบบัวหลวง หรือใครจะเพิ่เครื่องเคียงอย่าง
ใบชะพลู, ใบทองหลาง และ ใบคะน้า เข้ามาก็ไม่ว่ากัน
วิธีการเตรียมเครื่องเคียงเมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง
เริ่มจากล้างทำความสะอาดกลีบบัวหลวง โดยเอาน้ำใส่กะละมัง
แล้วดีดเกลือป่นตามลงไปสัก 1 ช้อนชา
จากนั้นบรรจงล้างทีละกลีบ
และต้องสะบัดน้ำออกจากลีบบัวหลวงให้หมดด้วย
ขณะที่ หอมแดง และ ขิง ให้หั่นเป็นสีเหลี่ยมลูกเต๋า
เช่นเดียวกับ มะนาว ที่หั่นทั้งเปลือกเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ส่วน
พริกขี้หนูสวน จะซอยถี่ซอยหนาแล้วแต่ความสะดวก ปิดท้ายที่
กุ้งแห้ง ไม่ต้องทำอะไร แค่เลือกชนิดที่จืด ไม่มีรสเค็มเป็นพอ
ที่เหลือก็แค่นำเสิร์ฟพร้อมรับประทาน
ซึ่งวิธีรับประทานก็เหมือนเมี่ยงคำทั่วไป
คือนำเอาเครื่องเคียงทั้งหมดใส่ในกลีบบัวหลวง
แล้วตักน้ำเมี่ยงคำราดตามความพอใจ
ที่เหลือก็จับยัดใส่ปากเป็นคำ รับรองเด็ดสะระตี่อย่าบอกใคร
โดยในปัจจุบัน แม้เมนูเมี่ยงคำกลีบบัวหลวง
จะหารับประทานได้ยาก แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถตรงไปยังร้าน
“Red Lotus Cafe” ที่ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน
จังหวัดนครปฐม เพื่อชิมเมนูนี้ได้ หรือจะสั่งเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวนมาลองก็ไม่ว่ากัน…

ร้านอาหาร

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ยำส้มโอ

Posted on

ยำส้มโอ
เป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่ในสมัยนี้ค่อนข้างหาทานยากอาจจะพบแค่ในโรงแรมหรือภัตตาคารอาหารบางแห่งเท่านั้น
ซึ่งน่าเสียดายที่สูตรอาหารชาววังฉบับนี้เริ่มเลือนหายไปจากสังคมไทย ทั้งที่ ส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีมากมายในบ้านเรา
โดยรสชาติของเมนู ยำส้มโอจะได้ความเปรี้ยวจากส้มโอเป็นหลัก
ส่วนน้ำยำต้องปรุงให้ออกหวานนำเค็มตาม เมื่อนำมายำกับเนื้อส้มโอที่มีรสเปรี้ยว
ก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวมากบอกมาแค่นี้ตัวผู้เขียนยังน้ำลายไหล
แล้วคุณผู้อ่านไม่ไหลก็ให้มันรู้ไป
แถมวิธีการทำ ยำส้มโอ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงการนำ
ส้มโอ มายำด้วยพริกขี้หนู, น้ำมะนาว, น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา
และ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้มีความเปรี้ยวอมหวาน
ตกแต่งด้วยกุ้ง, หอมเจียว, กระเทียมเจียว และ ผักชีโรยหน้า เป็นอันเสร็จ
ว่าแล้วเรามาเริ่มทำเมนูยำส้มโอสูตรโบราณกันเลยดีกว่า
ไล่ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบที่ประกอบด้วย กุ้ง 5 ตัว, ส้มโอ 150 กรัม,
มะเขือเทศ 30 กรัม, พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ, กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ,
หอมแดง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะขามเปียก 2
ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ และ ผักกาดขาวสำหรับตกแต่ง
เริ่มจาก กุ้ง กันก่อน
ล้างทำความสะอาดพร้อมปลอกเปลือกกุ้ง
ผ่าเอาเส้นดำกลางหลังออก โดยเทคนิคง่ายๆคือให้ใช้มีดปลายแหลมกรีดเบาๆ ที่ส่วนหางกุ้ง
แล้วจึงใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยออกมา จากนั้นนำไปลวกในน้ำร้อนพอสุกตักพักไว้
หันมาลุยกับวัตถุดิบหลักอย่าง ส้มโอ กันต่อ
เริ่มจากปลอกเปลือกส้มโอ แกะเนื้อให้เป็นเม็ดเล็กๆ ขยับไปซอย
กระเทียม และ หอมแดง แล้วนำไปเจียวในน้ำมันให้หอม
ตักพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน รอนำมายำพร้อมกันอีกที
จากนั้น ตำพริก และ กระเทียม ให้แหลก ปรุงรสด้วย
น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และ น้ำตาลทราย
คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำ มะเขือเทศ มายำให้เข้ากับ ส้มโอ
จัดใส่จานตกแต่งด้วย กุ้ง โรยหน้าด้วย กระเทียมเจียว และหอมแดงเจียว เป็นอันเสร็จ
ซึ่งปัจจุบันเรายังสามารถหาทาน ยำส้มโอสูตรชาววัง
ได้ตามร้านอาหารหลายแห่ง อาทิเช่น โรงแรมรติล้านนา
ริเวอร์ไซต์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ที่มีเมนูยำส้มโอชาววังกุ้งย่าง
เสิร์ฟประจำที่ ห้องอาหาร มิรา เทอร์เรส
โดยประโยชน์จากการรับประทานยำส้มโอ ช่วยลดความอ้วนและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการได้รับสารอาหารจากพืชผักต่างๆ นอกจากนี้
ยำส้มโอ สามารถช่วยเลือดหมุนเวียนได้ดี และมีแคลเซี่ยม
วิตามินซี ในร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญได้ดีด้วย…

รีวิว

เทคนิคการเดินทางไปต่างประเทศ แบบสบายกระเป๋า

Posted on

สำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่ไม่ได้มีเงินเดือนสูงมากนัก หรือบางคนที่ต้องเก็บเงินเที่ยว
การไปต่างประเทศอาจเป็นสิ่งที่เกินเอื้อมสำหรับหลายๆคน แต่ก็ยังมีเทคนิคการไปเที่ยวต่างประเทศ ที่ประหยัดงบ
และช่วยให้ไปเที่ยวได้แบบสบายกระเป๋าอีกด้วย

1.ประหยัดค่าเครื่องบินได้ จะมีเงินเที่ยวเพิ่มขึ้น
การหาข้อมูลราคาตั๋วเครื่องบินและนำมาเปรียบเทียบ ทำให้รู้ว่าหลายสายการบินมักจะมีโปรตั๋วถูกออกมาบ่อย ๆ
บางสายการบินนั้น ถือว่าถูกมาก ๆ
ดังนั้นการเตรียมพร้อมในการหาตั๋วเครื่องบินนั้นก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมากเลยทีเดียว

2.วางแผนการเดินทางให้ดี
โดยเริ่มจากกำหนดสถานที่ที่เราจะไป เริ่มจากเมืองที่จะไปและเมืองใกล้เคียงที่เดินทางไม่ไกลมากมีที่ไหนน่าสนใจ
บ้าง ค้นหารายละเอียดสถานที่ที่สนใจ ว่ามีอะไรบ้าง ตั้งอยู่ที่ไหน เดินทางไปยังไง น่าจะใช้เวลาตรงจุดนั้นเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายเฉพาะจุดนั้นมากน้อยแค่ไหน

3.ดูสภาพภูมิอากาศ
ศึกษาสภาพอากาศช่วงที่เดินทาง จะได้เตรียมเครื่องแต่งกายไปให้เหมาะสม
มีผลต่อการตัดสินใจซื้อน้ำหนักโหลดใต้เครื่องด้วย

4.การแลกเงิน
แลกเงินในอัตราที่ดีที่สุด ในจำนวนที่ไม่มากเกินไป เพราะถ้าแลกไว้มากแล้วใช้ไม่หมด
ตอนแลกคืนจะขาดทุนเยอะ
และดูช่วงที่แลกเงินค่าเงินถูกๆ นอกจกานี้ยังควรมีแอ๊พคำนวณเงินสกุลประเทศนั้น ๆ กับเงินไทยไว้ติดมือถือ
หรืออย่างน้อยต้องรู้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเท่าไหร่
เพื่อใช้เทียบดูว่าการจะจ่ายเงินในประเทศนั้นแต่ละครั้งมันเกินศักยภาพเรา หรือไม่

5.คำนวนค่าใช้จ่ายให้รัดกุม
ทำตารางการเดินทางในแต่ละวันไว้ให้ละเอียดที่สุด แนบท้ายด้วยรายละเอียดของสถานที่ที่จะไป (ข้อมูล / รูปภาพ
/ ชื่อสถานที่เป็นภาษาท้องถิ่น) พร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายตลอดทริปโดยประมาณ
เพื่อการที่จะได้ไม่เกินงบและทำให้มีภาระหนี้นั่นเอง

6.ซื้อเฉพาะของที่จำเป็น
ควรซื้อแต่สิ่งที่จำเป็น เพราะอย่าลืมว่าคุณมีงบที่จำกัด
ควรคำนวนรายจ่ายในแต่ละวันเพื่อให้มีเงินอยู่ถึงวันกลับนั่นเอง

7.กินอาหารให้ถูกแหล่ง
ควรหารายการร้านอาหารที่อร่อยและราคาไม่แพงเตรียมไว้
เพราะการไปต่างถิ่นนั้นเราไม่รูเลยว่าจะมีการชาร์จค่าอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ ดูได้จากเวลาฝรั่งมาเที่ยวบ้านเรา
ค่าเงินก็จะต่างจากคนไทยปกติไปอีกเท่านึงเลยทีเดียว…

สถานที่เที่ยว

ล่องเรือกินปลาน้ำโขงที่บึงกาฬ

Posted on

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศถือว่าเป็นที่รับได้ความนิยมสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่เช่นเดียวกับ บึงกาฬ จังหวัด 77
ของประเทศไทยที่กำลังเป็นจุดที่น่าสนทั้งการท่องเดียวเชิงชีวภาพที่เน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยกให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยการเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตในระแบบนิเวศ ชุมชน ประเพณี และ วัฒนธรรม
ซึ่งบึงกาฬถือเป็นจุดที่ดึงดูดการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่มีความเก่าแก่แม้จะเพิ่งถูกยกให้กลายเป็นจังหวัดน้องใหม่
การท่องเที่ยวขึ้นชื่อว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตนักท่องเที่ยวจึงสัมผัสกับการผจญภัยควบคู่กับการสำรวจธรรมชาติ
ทั้งการดำรงชีวิตในแถบลุ่มน้ำโขง
ตามลอยวัฒนธรรมเกี่ยวกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับพญานาค หรือแม้กระทั่งประเพณีแข่งเรือยาวที่ บึงกาฬ
ซึ่งถือเป็นประเพณีเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด
ตลอดจนการดำรงชีวิตของผู้น้องชาวแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ
และมีลักษะเป็นแผ่นดินที่สามารถเดินไปท่องเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแหล่งท่องแถวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและเรียนรู้ตลอดปีอีกด้วย
แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตของบึงกาฬปัจจุบันหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีการหมุนเวียนผลัดกันท่องเที่ยวในพื้นที่หลายจังหวัดตามฤดูกาลการท่องเที่ยว
เชิงนิเวศได้รับความนิยมอย่างสูงไม่ใช่ในไทยหลายประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากสดคล้องกับกระแสอนุรักษณ์นิยม
อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ
และทำให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในแถบลุ่มน้ำโขงเช่น
เดียวกับบึงกาฬให้สนใจการอนุรักษ์รวมทั้งปลุกจิตสำนึกในการซึ่งที่ผ่านมา
การกระทำนั้นสวนทางกันมากเพราะหากมีแหล่งท่องเที่ยวเกิดใหม่นั้นอาจจะทำให้ระแบบนิเวศแถบนั้นดูเสื่อมโทรมกันเข้าไป
ขณะการออกมาท่องเที่ยวที่ บึงกาฬ
ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดูแข็งแกร่งเพราะรายได้ส่วนหลักของชาวแทบลุ่มน้ำโขงนั้นล้วนมาจากการทำไร่นา ออกเรือแล่นหาปลา
และยังถือว่าหากมาเที่ยวนี่แล้วชาวบ้านยังจะมีรายได้เข้ากระเป๋าและยังได้เรียนรู้จากปากคนทำแหล่งธรรมชาติที่แท้จริงอีกด้วย…

ร้านอาหาร

วิธีการทำหมูชะมวง อาหารพื้นบ้าน ต้นตำหรับ ของดีเมืองจันท์

Posted on

“หมูชะมวง” ชื่อเมนูนี้ สำหรับคนจันท์ต้องรู้จักเป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี
ใบชะมวงเป็นชื่อที่ทางชาวจันทบุรีเขาเรียกกัน ถ้าเป็นคนทางภาคอีสานจะเรียกว่า
ส้มโมง เป็นไม้ยืนต้นสูงราว 15 – 20 ม.
ใบที่เราจะนำมาใช้แกงมัลักษณะเป็นรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลม
ผิวใบเป็นมันและมีรสเปรี้ยว ด้วยความที่เป็นต้นไม้พื้นถิ่น
หาไม่ได้ตามตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ใบชะมวงนั้นมีรสชาติที่เปรี้ยวอย่างเป็นธรรมชาติ
และนำเอาปรุงอาหารเข้ากับหมูที่ต้มและเคี่ยว จนมีความนุ่ม
พร้อมใส่เครื่องแกงเข้าไป จนกลายเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยอย่างสุดๆ
วันนี้มาดูวิธีการทำ “หมูชะมวง” กัน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
อันดับแรกเลยการเตรียมเครื่องปรุง

เครื่องปรุง มีดังนี้
1.ใบชะมวงเลือกเฉพาะใบอ่อนราวๆ 30 ใบหรือประมาณ 1 จานข้าว
2.เนื้อหมูสันใน สามชั้น และซี่โครงอ่อนมาอย่างละ 3 ขีด
3.ข่าแก่ 1 หัวขนาดกลาง (หั่นได้ประมาณ 10-12 แว่น)
4.หอมแดง 7 หัว
5.กระเทียม 2 หัว
6.กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา
7.เกลือป่นเล็กน้อย
8.พริกไทย 20 เม็ด

ต่อไป คือวิธีการทำ
1.ล้างใบชะมวงให้สะอาด
ฉีกตามก้านหยาบๆแบบเดียวกับที่ฉีกใบมะกรูดแล้วใส่ลงไป ครับ
(ไม่ต้องรอจนหมูสุก)
2.ล้างเนื้อหมูทั้ง 3 ประเภทให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนาๆ ราว 1/2 นิ้ว
3.ย่างข่า กระเทียม หอมแดง กะปิ ให้หอมก่อนจะโขลกกับเกลือป่นให้ละเอียด
ปิดท้ายด้วยการใส่พริกไทยเม็ดตามลงไปโขลกให้เข้ากันดี
4.ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นำเครื่องแกงที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม
ใส่เนื้อหมูทั้งสามอย่างลงผัดพร้อมกัน ใช้น้ำ พอเนื้อหมูเริ่มสุกใส่น้ำตาลปี๊บ 3ช้อนโต๊ะ ผัดให้สุกดีแล้วยกกระทะลง
5.ตั้งหม้อแทน เทหมูที่ผัดไว้ในกระทะลงหม้อ ใส่ใบชะมวงที่เด็ดไว้ทั้งหมดลงไป
เติมน้ำสะอาดตามลงไปในหม้อให้พอท่วมหมู จากนั้นปรุงรสเพิ่มด้วยใส่เกลือ 1ช้อนชา
เคี่ยวไปเรื่อยๆจนหมูและผักเปื่อยหากเปรี้ยวไม่พอเติมด้วยใบชะมวงที่เหลือ หรือจะใช้น้ำส้มมะขามเปียกก็ได้
รสหวานเติมด้วยน้ำตาลทราย รสเค็มเติมด้วยน้ำปลาดี
หากชอบสีเข้มอีกหน่อยเหยาะซีอิ๊วดำเล็กน้อยลงไปแต่งสีก็ได้

แนะนำเคล็ดลับที่ทำให้ “หมูชะมวง” มีความอร่อยมากขึ้น นั่นคือ
การเคี่ยวหมูชะมวงนั่นเอง ถ้าเรายิ่งเคี่ยวก็จำทำให้หมูชะมวงยิ่งอร่อยเข้าไปอีก
เพราะในการเคี่ยวนั้นช่วยให้เครื่องปรุงต่างๆ ผสมผสานกันได้อย่างดี
และมีรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น
และถ้าหากยังเปรี้ยวไม่พอให้ฉีกใบชะมวงใส่ลงเพิ่มเข้าไป
หรือจะใช้น้ำมะขามเปียกก็ได้ ถ้ายิ่งหลายมื้อก็เพิ่มความอร่อยเข้าไปเรื่อยๆ
รับรองได้เลยว่า กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่างแน่นอน
สำหรับเมนูท้องถิ่นของชาว “จันทบุรี”…

Uncategorized

3 ที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ของไต้หวันที่ต้องไปสักครั้ง

Posted on

หากจะมองว่าสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศสักที่หนึ่งไต้หวันถือเป็นหนึ่งในคำตอบที่จะทำให้คุณได้เต็
มอิ่มกับการพักผ่อน
และทำให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจในการมาเที่ยวที่นี่เพราะถือเป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นญี่ปุ่นสองแถมราคายังถูก
แสนถูก เพราะค่าเงินไม่ต่างจากไทยสักเท่าไหร่ทำให้สามารถช็อป ชิม ชิล
ได้แบบสบายๆไม่ต้องกังวลเรื่องเงินให้ปวดหัว ฉะนั้นในวันนี้เราจึงขอนำ 3
สถานที่น่าเที่ยวในต้หวันที่หากมีโอกาสไปที่นี่ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปชิมบรรยากาศเดินเที่ยวที่นี่
หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของไต้หวันเลนทีเดียวกับ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
เพราะเต็มไปด้วยความสวยงามใครที่เป็นสายชื่นชอบการถ่ายภาพก็ไม่ควรพลาดแวะมาเยี่ยมเยียนที่แห่ง
นี้ด้วยประการทั้งปวง
โดยหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่นคือหมู่บ้านที่มีอายุเก่าแก่เกือบร้อยปีที่เต็มไปด้วยชนชั้งสูงในอดีตจึงทำให้ที่แห่
งนี้มีความหรูหราสวยงามบางบ้านเป็นบ้านที่สืบทอดจากต้นตระกูลดังมาอย่างยาวนานจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลา
นกันเลยทีเดียว สำหรับ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น นั้นตั้งอยู่บนเนินเข้สสูง
และหันหน้าเข้าหาด้านที่มีทะเลนอกเหนือจากนี้ยังถือเป็นหมู่บ้านที่เป็นแหล่งทำเหมืองแร่ทองคำในสมัยก่
อนจึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านเรือนมีความสวยงาม และใหญ่โตอย่างที่เห็น
โดยบ้านหลังต่างๆเต็มไปด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงตัวตนของคนที่นี่ที่สำคัญด้วยความที่ตั้งอยู่
บนเนินเขาทำให้อากาศดีแบบสุดๆนอกเหนือจากนี้ในยามค่ำคืนก็ยิ่งสวยงามมากขึ้นจากไฟที่ประดับประ
ดาตามบ้านเรือนในแต่ละหลังอีกด้วย
พิพิธภัณท์พระราชวังกู้กง
ต่อมายังคงอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยความสวยงาม และมีอายุยาวนานกับ
พิพิธภัณท์พระราชวังกู้กง แน่นอนว่าเมื่อขึ้นชื่อพระราชวังสิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความหรูหรา และใหญ่โต
โดยที่แห่งนี้เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่โตอย่างมากเลยทีเดียวพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดยรอ
บ และตั้งอยู่บนหุบเขาที่อากาศดีตลอดปี
ซึ่งรูปแบบการดีไซน์ของพระราชวังแห่งนี้เป็นแบบพระราชวังจีนโบราณ
โดยด้านในเปิดให้เข้าชมเป็นบางห้องแถมยังมีการจัดแสดงโบราณวัตถุในยุคสมัยก่อนมากมายที่สามารถ
หาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน ซึ่งจำนวนวัตถุดังกล่าวนั้นมีมากถึง 700000 ชิ้น เลยทีเดียว
อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก
ที่สุดท้ายที่เรานำมาฝากกันยังคงเป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และเรื่องราวมากมายกับ
อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก บุคคลสำคัญผู้มีชื่อเสียงของเวียดนาม
โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไต้หวันที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1976
เพื่อเป็นสิ่งที่รำลึกถึงประธานาธิบดีเจียง ไคเช็ก ผู้ยิ่งใหญ่ โดยหลังคาเป็นทรง 8 เหลี่ยม
ซึงถือเป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณตั้งโดดเด่นเป็นสง่า…

สถานที่เที่ยว

ที่พักวิวดี ราคาหลักร้อย

Posted on

ปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักมีเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
รวมถึงราคาที่ถูกลงเพียงหลักร้อยก็สามารถไปเที่ยวต่างจังหวัดได้แล้ว
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับที่ราคาหลักร้อยที่สวยงามไม่แพ้ที่พักราคาแพงๆเลย

1.โวโรน่า รีสอร์ท กาญจนบุรี โวโรน่า
รีสอร์ท สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ตัวรีสอร์ทสีขาว ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ทำให้รีสอร์ทดูมีชีวิตชีวา สดชื่นขึ้นมาทันที
นอกจากที่พักจะน่ารักน่าพักแล้ว ที่นี่ยังที่มาพร้อมกับวิวสวยๆ ราคาเริ่มต้นคืนละ 950++บาท

2.โรงแรมกะตะ คันทรี เฮาส์ (Kata Country House Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว แถวหาดกะตะ
ที่น่าพักอีกแห่ง อยู่ใกล้ทะเล ห้องพักราคาถูก แนวบังกะโลใกล้ชายหาด โรงแรมมีสระว่ายน้ำ บรรยากาศดี
สะดวกสบาย ราคาประหยัด ไม่แพง เหมาะสำหรับคู่รัก และครอบครัว ราคาเริ่มต้นคืนละ 510++บาท

3.โรงแรมเดอะ บลู เพิร์ล กะตะ บาย เดอะ บีช กรุ๊ป (The Blue Pearl Kata Hotel by The Beach
Group) ที่พักระดับ 3 ดาว อีกหนึ่งแห่งแถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล โรงแรมมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า
ห้องพักตกแต่งสวยงาม ราคาถูก หลักร้อย ราคาเริ่มต้นคืนละ 640++บาท

4.บางแสนเฮอริเทจ – Bangsaen Heritage Hotel Chonburi
สัมผัสที่พักดีๆ บรรยากาศหาดบางแสน กับการตกแต่ง ใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ไทย (Modern Thai House-
Inspired) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากบ้านไทยโบราณ
เหมาะสำหรับการพักผ่อนสบายๆที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ราคาเริ่มต้นคืนละ 920++บาท

5. เดอะ โฟลตเฮ้าส์ ริเวอร์แคว – The Float House River Kwai Kanchanaburi
ถ้าใครชอบนอนบนแพ แบบว่าเปิดประตูมาโดดน้ำได้เลย ท่ามกลางวิวขุนเขาอันเขียวขจี
ห้องพักทุกหลังเป็นวิลล่าที่คุณจะสามารถนอนเห็นวิวแม่น้ำได้จากเบียงนอน
มีระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้ชิงช้าให้นอนรับลมแม่น้ำ ทัศนียภาพแม่น้ำที่ถูกปกคลุมด้วยภูเขาอันเขียวขจี
ราคาเริ่มต้นคืนละ 890++บาท

6.อีซี่ รีสอร์ท (Eazy Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว อยู่แถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล เดินไปได้ไม่ไกล
สะดวกสบาย ห้องพักตกแต่งเรียบๆสวยงาม โรงแรมมีสระว่ายน้ำ ราคาถูก หลักร้อย เงียบสงบ บรรยากาศดี
เหมาะสำหรับครอบครัว และคู่รักฮันนีมูนที่ต้องการพักผ่อนตากอากาศ ราคาเริ่มต้นคืนละ 720++บาท

7.โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (Ibis Phuket Kata Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมมีสระว่ายน้ำ วิวสวยๆ
น่าพักอีกแห่งย่านหาดกระตะ อยู่ใกล้ชายหาด ห้องนอนตกแต่งเรียบๆสะอาดสบาย ราคาประหยัด
ราคาเริ่มต้นคืนละ 920++บาท

8.พีช ฮิลล์ รีสอร์ท (Peach Hill Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมในภูเก็ต วิวสวยๆ มีสระว่ายน้ำ
น่าพักแถวหาดกะตะ ห้องพักมีระเบียง มองเห็นวิวทะเล บรรยากาศดี พร้อมความสะดวก ราคาเริ่มต้นคืนละ
1000++บาท…

Uncategorized

เที่ยว แหลมพรมเทพ จังหวัดภูเก็ต

Posted on

แหลมพรมเทพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่จังหวัดภูเก็ต
ที่สวยที่สุดในประเทศไทย เลยทีเดียว หากใครมาเยือนภูเก็ตแล้วไม่ได้มาที่นี่ ถือว่าพลาดอย่างเรงบอกเลย
แหลมพรมเทพ นั้นได้ถูกการยอมรับว่าเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตก ที่งดงามที่สุดในประเทศไทยเรา
และยังเป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย ซึ่งแหลมพรมเทพตั้งอยู่ไม่ห่างจาก หาดราไวย์ เท่าไหร่นัก
ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร และเป็นแหลมที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุด ของเกาะภูเก็ต
คนในพื้นที่ส่วนใหญ่มักจะเรียกกันติดปากว่า แหลมเจ้า เนื่องจากมีรูปร่างหน้าตาที่ แหลมโค้ง เป็นชั้นๆค่อยๆไล่ระดับลงมา
ไหลยาวจนไปสู่ท้องทะเล ละมีต้นตาลหลายสิบต้นรายล้อมอยู่ข้างๆ
ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถค่อยๆเดินลงไปตามทางได้ แต่ต้องเดินอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากทางเดินบางส่วนมีพื้นที่ค่อนข้างขรุขระ ซึ่งเมื่อเดินลงไปแล้ว ท่านจะได้สัมผัสกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต
และยังสามารถมองเห็นเกาะแก้ว ได้ซึ่งเกาะแก้วนั้นจะตั้งอยู่ด้านหน้าของเราเลย ถ้าหากว่าเดินลงไปถึงตีนเขาแล้ว
หากมองด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในระยะที่สายตาเกือบมองไม่เห็นเป็นหาดเล็กๆ ส่วนทางด้านขวาจะมองเห็นหาดหาน
และทรายสีขาวสะอาดค่อนข้างชัดซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนมาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ว่าจะพักค้างคืนที่ไหนพอช่วง 6 โมง
ก็จะพากันแห่มาดูพระอาทิตย์ลูกโตๆที่กำลังจะละสายตาไป กับแสงสีทองอร่าม และวิวสวยๆ
หลายคนไม่พลาดที่จะยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่ อย่างสวยงาม ที่แหลมพรมเทพ นั้นเอง…

ร้านอาหาร

ร้าน ABC Essence in Eatery ที่คุณต้องหลงไหล

Posted on

คอนเซ็ปท์ของ ABC Essence in Eatery คือการรับประทานอาหารที่ดีนั้น จะต้องมีทั้งความอร่อย สวยงาม
มีคุณค่าทางโภชนการครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และปรุงด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพ
ที่นี่จึงเสิร์ฟอาหารฟิวชั่นที่ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยของคุณภาพ
ตกแต่งหน้าตาน่ารับประทานแบบชนิดที่ว่าเมื่อยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ จะต้องอยากถ่ายรูปเป็นอันดับแรก
ด้วยน่าตาที่สวยหรูของอาหารแต่ละเมนูที่ไม่ซ้ำกัน เอาใจสายเซลฟี่ จริง ๆ
นอกจากนี้บรรยากาศของร้านยังเหมือนกับอยู่ในเรือนกระจก บรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตาด้วยแสงธรรมชาติ
เติมความสดชื่นด้วยต้นเฟิร์นสีเขียว แสงแดดอุ่นๆ กับห้องสีขาวเป็นอะไรที่เข้ากันอย่างลงตัว
กับร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่มันมีมากกว่าความอร่อยที่สัมผัสในเวลาทาน ยังมีความอิ่มใจได้ในเรื่องของศิลปะ
การจัดวางองค์ประกอบของร้านที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี
เสิร์ฟด้วยอาหารฟิวชั่นที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมครบคุณค่าโภชนาการ และ อาหารทุกเมนูจะอาหารหลักครบ 5 หมู่ แทบทุกเมนู
มีทั้งผัก ผลไม้ แป้ง โปรตีนหลายชนิด รับรองได้เลยว่ามาทานอาหารที่นี่ได้รับสารอาหารกลับไปอย่างครบถ้วน
และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ทานง่ายไม่เลี่ยน ตอบโจทย์ใครหลายๆคนได้ดีเลยทีเดียว
และยังเพิ่มเมนูอาหารใหม่เข้ามาในเมนูหลักอีกมากมาย ไม่ว่าจะเครื่องดื่มของว่าง
ที่ทางร้านได้คัดสรรมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ
ร้าน ABC Essence in Eatery
ตั้งอยู่ที่ : The Essence in Eatery เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โซน Veranda ชั้น 2
เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด : เวลา 11.00 – 22.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ : 083-096-0425

สถานที่เที่ยว

ของฝากนักชิมของ จ.กำแพงเพชร

Posted on

กระยาสารท – แม่ฉลอง
“กระยาสารทแม่ฉลอง” ของอร่อย ของดี จากจังหวัดกําแพงเพชร
ขนมที่ชาวบ้านนิยมทําในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบ
จนเป็นของฝากจากจังหวัดกําแพงเพชร
ขนมที่คนทั่วไปสามารถหาซื้อมารับประทานได้ตลอดปี
ความเป็นมา
จุดเริ่มต้นอันเป็นที่มาของกระยาสารทแม่ฉลอง เริ่มจากเมื่อเสร็จจากฤดูการทํานา
ก็จะนําข้าวเหนียวมาทําข้าวเม่าส่งขายตามตลาด
พอถึงเทศกาลสารทเดือนสิบก็ทําสารทไทยกล้วยไข่
ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวกําแพงเพชรทําสืบต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะทํากระยาสารทเฉพาะในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น
และจะหากระยาสารทกินกันได้ก็เฉพาะในช่วงนี้เช่นกัน
แรกที่ทํากระยาสารทก็เพื่อเก็บไว้กินเอง แต่เห็นว่า กระยาสารท
เป็นขนมที่สามารถใช้เป็นของฝากได้ตลอดปี
ก็เลยหันมาทํากระยาสารทแบบชั่งขายเป็นกิโลกรัม
จนคนเรียกว่ากระยาสารทหลงฤดู
เฉาก๊วยชากังราว
ในบรรดาพืชสมุนไพรต่างๆซึ่งเราๆท่านๆรู้จักกันดีนั้น
คงจะกล่าวได้ว่ามีเพียงไม่กี่ชนิดที่ถูกนำมาดัดแปลงปรุงแต่งประกอบอาหารให้กลายเป็น
ขนมหวานรสอร่อยซึ่งเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไปและในครั้งนี้ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม
ก็อยากที่จะชวนท่านๆทั้งหลายมาชิมหนึ่งในขนมหวานชื่อดังเหล่านั้นกัน
คือ ขนมหวานซึ่งแพร่หลายมากในประเทศจีน
แปรรูปมาจากยางของต้นเฉาก๊วยซึ่งมีสรรพคุณทางยา คือ
มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน ,ไข้หวัด ,ลดความดันโลหิตสูง
,บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ,ข้ออักเสบ ,ตับอักเสบและเบาหวาน
ลักษณะของต้นและใบคล้ายสะระแหน่ (เป็นพืชซึ่งจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมิ้นท์
,สะระแหน่ ,กะเพรา ,โหระพา ,แมงลักและยี่หร่า
ความอร่อยของเฉาก๊วยนั้นจะขึ้นอยู่กับส่วนผสมซึ่งผู้ค้าแต่ละรายใส่ลงไป
บางแห่งอาจเหนียวหนึบเคี้ยวอร่อยและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเฉาก๊วยเพราะมีความเข้มข้นของน้ำยางมาก
บางแห่งอาจรู้สึกเหมือนกินวุ้นจืดๆสีดำไม่มีกลิ่นรสชวนลิ้มลองแต่อย่างใด
ส่วนเฉาก๊วยที่ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมอยากเชิญชวนคุณมาชิมนี้
เป็นเฉาก๊วยของดีติดระดับ OTOP เมืองกำแพงเพชร
พ่วงท้ายต่อด้วยอีกหลากหลายรางวัลรับประกันความอร่อยนั่นก็คือ
“เฉาก๊วยชากังราว” นั่นเอง…